จินเฟิงยังไม่ทันที่จะได้ใช้ตะเกียบ เป่ยเชียนสวินที่อยู่ข้าง ๆ ก็ได้คีบกระดูกชิ้นใหญ่ออกจากชามไปเสียแล้ว
จินเฟิงชินกับเรื่องนี้มานานแล้วจึงไม่ใส่ใจ นางหยิบตะเกียบขึ้นมาเตรียมกินข้าว เสียงกีบเท้าม้าแว่วมาแต่ไกล
เป่ยเชียนสวินมีหูตาที่แหลมคม เมื่อรับรู้ถึงความผิดปกติ นางจึงยกมือข้างหนึ่งที่ถือเนื้อติดกระดูก อีกมือหนึ่งก็ควักกลองขนาดเล็กออกมาและวางลงที่พื้น ก่อนจะโน้มตัวเอาหูแนบฟัง
“เป็นม้าศึกและมีจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว!”
เป่ยเชียนสวินโยนกระดูกชิ้นใหญ่ทิ้ง แล้วควักดาบประจำตัวออกมา ก่อนจะพาจินเฟิงหลบอยู่ข้างหลัง
“พวกเจ้าทั้งหมด! ระวังภัย!”
ต้าหลิววางหมั่นโถวที่เพิ่งกัดเข้าไปคำเดียวลงพลางสั่งให้ผู้คุ้มกันภัยตั้งขบวนต่อสู้
เหล่าบุรุษที่ปลอมตัวเป็นผู้คุ้มภัยต่างก็พากันมารวมตัวกันที่ข้างรถกระดาน
ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก!
เสียงกีบม้าดังใกล้เข้ามาและดังขึ้นเรื่อย ๆ
จินเฟิงหยิบกล้องส่องทางไกลขึ้นส่องไปยังทิศทางที่ได้ยินเสียงกีบเท้าม้า
แต่สิ่งที่เขาเห็นคือธงดำของสำนักคุ้มภัยและเห็นลั่วหลานอยู่ท่ามกลางขบวน
“นางมาได้อย่างไร?”
จินเฟิงรู้สึกยินดีในใจ