เมื่อคิดได้ดังนั้น ฉินหมิงจึงพยักหน้าหนักแน่น “โปรดวางพระทัยเถิดพ่ะย่ะค่ะ แม้กระหม่อมต้องแลกด้วยชีวิต ก็จะยับยั้งทหารชุดเกราะแดงให้จงได้!”
“ทหารชุดเกราะแดงมิใช่ศัตรูของเรา หัวหน้าฉินเพียงแค่ยับยั้งพวกเขาไว้ ให้องค์หญิงน้อยหลบหนีไปได้ก็เพียงพอ ไม่จำเป็นต้องเอาเป็นเอาตาย”
องค์หญิงเก้าตรัสว่า “ภายหลัง หากฝ่าบาททรงกริ้ว หัวหน้าฉินก็จงกล่าวอ้างไปว่าเป็นคำสั่งของข้าก็แล้วกัน”
“ขอองค์หญิงอย่าได้ดูแคลนกันไป ข้าน้อย ฉินหมิง ก็มิใช่บุรุษขลาดเขลาผู้หวาดกลัวความตาย”
“มิใช่เรื่องขลาดกลัวต่อความตาย แต่มันไม่ใช่เรื่องจำเป็น”
องค์หญิงเก้าตรัสว่า “บัดนี้ข้าก่อเรื่องใหญ่ไว้แล้ว จะมีอีกสักเรื่องก็มิได้นับว่ามากมายอันใด”
ฉินหมิงนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็ยอมพยักหน้ารับคำ
หลังจากกำชับฉินหมิงเสร็จ องค์หญิงเก้าก็หันไปหาชิ่นเอ๋อร์
“องค์หญิง ชิ่นเอ๋อร์จะต้องนำจดหมายฉบับนี้ไปส่งถึงมือของหอการค้าให้ได้เพคะ”
ชิ่นเอ๋อร์กล่าวด้วยท่าทางมั่นใจ
“เปิ่นกงรอเจ้ากลับมา”
องค์หญิงเก้าพยักหน้ารับ “เปิ่นกงจะไปหาเลี่ยวเซี่ยวเว่ย พวกเจ้าได้ยินเสียงโกลาหลจากลานด้านหน้าเมื่อใดก็ลงมือได้”