โรงงานแห่งแรกที่สร้างเสร็จคือโรงงานทอผ้า
เพราะโรงงานทอผ้าในสมัยนี้ไม่มีเครื่องจักรขนาดใหญ่ โครงสร้างจึงแสนเรียบง่าย เพียงแค่ก่อกำแพงสี่ด้านแล้วมุงหลังคาเป็นอันเสร็จสิ้น
รอเพียงให้คนนำไนปั่นด้ายมาติดตั้ง โรงงานทอผ้าก็พร้อมเปิดดำเนินการได้ทันที
เพื่อแก้ไขปัญหาการว่างงาน จินเฟิงจึงไม่ได้ทำการพัฒนาเครื่องปั่นด้าย แต่กลับไปพัฒนากี่ทอผ้าลายแทน พร้อมทั้งขยายกิจการทั้งต้นน้ำและปลายน้ำ
ต่อจากนี้ โรงงานสิ่งทอไม่เพียงแต่ปั่นด้าย หากแต่ยังต้องทอผ้าและเปิดแผนกตัดเย็บเสื้อผ้าอีกด้วย
ไม่เพียงเท่านั้น จินเฟิงยังให้คณะการแสดงและโรงแลกเงินจินชวนประกาศให้ชาวบ้านปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ส่งเสริมให้ชาวบ้านในหุบเขาปลูกหม่อนเลี้ยงไหม
เพื่อคลายความกังวลของชาวบ้าน จินเฟิงจึงให้โรงแลกเงินจินชวนทำสัญญากับชาวบ้าน โดยให้โรงแลกเงินเป็นผู้รับซื้อผลผลิตเส้นไหมจากการปลูกหม่อนของชาวบ้านทั้งหมด
โดยให้ราคาสูงกว่าราคาในปีก่อนหน้าหนึ่งในสิบส่วน
และในสัญญานั้นมีเพียงข้อกำหนดสำหรับโรงแลกเงินเท่านั้น ไม่ได้มีข้อผูกมัดใด ๆ แก่ชาวบ้าน
หากปีหน้าสภาพตลาดดี ราคาของเส้นไหมน่าจะสูงกว่าราคาในสัญญา ชาวบ้านก็สามารถขายสินค้าให้กับพ่อค้าผ้ารายอื่นได้