ต้องยอมรับว่า วันนี้จ้าวเข่อหรันสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งงาน
เดิมทีหลังจากได้ฟังบทกวีของฉินอี้เหมี่ยวกับจ้าวเข่อเหรินแล้ว ทุกคนยัง ลังเลว่าใครเหนือกว่า แต่พอบทกวีของจ้าวเข่อหรันปรากฏขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ถ้อยคําหรือภาพพจน์ที่สื่อออกมา ล้วนสูงส่งล้ําลึกกว่าสองคนนั้นอย่างเห็น
ใต้ ต
ความแตกต่างชัดเจนจนผู้คนตั้งตัวแทบไม่ทัน เสียงปรบมือดัง “
แปะ แปะ แปะ” ทําลายความเงียบงัน ทุกคนหันไปมอง จึงเห็นว่าเป็นท่าน อ๋อง กําาลังปรบมือพลางเอ่ยชม
“บทกวีงดงามนัก!”
เยายมบาง
“คุณหนูใหญ่ตระกูลจ้าว ช่างทําให้คนต้องมองใหม่เสียแล้ว”
องค์รัชทายาทก็พยักหน้าเห็นด้วย
“ไม่คิดเลยว่าคุณหนูใหญ่จ้าวจะซ่อนคมไว้ลึกเช่นนี้ บทกวีนี้มีเอ่ยคํา
ว่า ‘เหมย’ åกค้า แต่กลับถ่ายทอดความงามของดอกเหมยได้ชัดเจนยิ่งนัก นับเป็นงานชั้นเลิศ”
ท่ามกลางค้าชื่นชม จ้าวเข่อหรันเพียงยิ้มบางอย่างสงบ
“ฝ่าบาททรงชมเกินไปแล้ว หม่อมฉันเพียงแต่งเล่นตามอารมณ์เท่า
นั้น”
ความนิ่งสงบไม่สะทกสะท้านของนาง ทําให้ผู้คนยิ่งงุนงง นี่หรือคือ คุณหนูใหญ่ที่ลือกันว่าขี้ขลาด ไร้ความสามารถ? วันนี้ทุกคนได้รู้แล้วว่า ข่าว ลือนั้นไม่น่าเชื่อถือเพียงใด ส่วนฉินอี้เหมี่ยวกับจ้าวเข่อเหริน สีหน้าซีดขาว อย่างไม่อยากเชื่อ โดยเฉพาะจ้าวเย่อเหริน นางเติบโตมาพร้อมจ้าวเข่อหรัน คิดเสมอว่าตนรู้จักพี่สาวดีที่สุด
แต่แท้จริงแล้ว นางกลับไม่รู้จักอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย ภาพปักสอง หน้าเคยทํา