จ้าวเย่อเหรินวิ่งพรวดออกจากห้องโถงด้วยความโกรธแค้นด้วยหน้า
ๆ
แดงก่ําา ฉินเสียงเหอผู้เป็นมารดาเห็นท่าไม่ดีจึงรีบตามไปอย่างร้อนใจ หญิง สาววิ่งลัดเลาะไปเรื่อย ๆ จนถึงสวนดอกไม้จึงหยุดลง ครั้นหยุดได้ก็เหมือน ความคับแค้นทั้งหมดปะทุ นางคว้ากิ่งไม้ ดึงกลีบดอกไม้ทิ้งกระชากอย่างบ้า คลั่ง ราวจะฉีกทิ้งความอับอายที่เพิ่งประสบให้แหลกคามือ
ฉินเสียงเหอเห็นทุกอย่างชัดเจน แต่มิได้เอ่ยห้าม เพียงยืนเงียบ ๆ ปล่อยให้นางระบายจนหมดแรง ครั้นอีกฝ่ายทรุดลงหายใจแรง นางจึงก้าว เข้าไปหา พลางถามเสียงนุ่ม
“ระบายแล้ว…รู้สึกดีขึ้นบ้างหรือยัง?”
คําถามนั้นทําให้จ้าวเข่อเหรินเหมือนถูกเปิดสวิตช์แห่งความน้อยใจ
นางหันกลับ ชบอกมารดาแล้วปล่อยโฮ
“ท่านแม่…ข้าจะทําอย่างไรดี? วันนี้ย้าขายหน้าเสียยับเยินต่อหน้าคน
มากมาย ข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ใดอีก!”
ฉันเชียงเหอสูบหลังบุตรสาวอย่างสงสาร
“อย่าคิดมาก เรื่องนี้ก็ใช่ว่าจะเป็นความผิดของเจ้าทั้งหมด หากมิใช่ เพราะฮูหยินหลินเป็ดปากก่อน เจ้าจะต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้หรือ?”
พอได้ยินคําว่า ฮูหยินหลิน จ้าวเย่อเหรินก็นึกถึงสายตาไม่พอใจ ของฮูหยินใหญ่ตระกูลหลินเมื่อครู่ ใจยิ่งร้อนรน
“ท่านแม่…ฮูหยินหลินต้องตําหนิข้าแน่ ๆ ข้าควรทําอย่างไรดีเจ้าคะ?”
ฉันเชียงเหอแค่นเสียงเย็น
“นางต่างหากที่ควรละอาย หากมิใช่เพราะนางเอ่ยขึ้น เจ้าจะต้องเสีย หน้าหรือ? กล้าจะโทษเจ้า? เราไม่ต่อว่านางก็บุญแล้ว คิดจะกล่าวโทษเจ