องค์หญิงเก้าเข้าใจความหมายของจินเฟิงทันที จึงกล่าวเสียงเย็นชา “ก่อนหน้านี้ไม่ได้ตกลงกันไว้แล้วหรือว่าจะตัดหัวประจานต่อหน้าฝูงชน?”
“อู่หยาง ข้าได้ส่งคนไปยืนยันแล้วว่าพวกชายอ้วนสวีไม่มีเสบียงแล้ว ไม่อย่างนั้นปล่อยพวกเขาไปดีหรือไม่?”
ชิ่งซินเหยาถามอย่างหยั่งเชิง
ความสัมพันธ์ระหว่างผู้มีอำนาจนั้นซับซ้อน คราวนี้องค์หญิงเก้าจับคนมามากเกินไป เกือบครึ่งราชสำนักต่างพัวพันอยู่ในเรื่องนี้
หากฆ่าชายอ้วนสวีและพวกของเขา ราชสำนักจะสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
“ปล่อยงั้นหรือ?” องค์หญิงเก้าวางถ้วยชาลงและกล่าวเสียงเย็น “ไม่มีทาง”
“อู่หยาง คนกลุ่มนี้มีแรงหนุนหลังมหาศาล หากข่าวแพร่ไปถึงเมืองหลวง แม้แต่ฝ่าบาทก็จะลำบากใจ”
ชิ่งซินเหยายังคงชักชวน “ทำอะไรควรเผื่อทางไว้บ้าง เพื่อวันข้างหน้าจะได้พบกันอีก พวกเราได้เสบียงที่ต้องการแล้ว จำเป็นอะไรต้องฆ่าให้สิ้นซากหรือ?”
เหตุผลที่ชิ่งซินเหยาพูดนั้น องค์หญิงเก้าไม่เข้าใจได้อย่างไร
ดังนั้น นางจึงหันไปมองจินเฟิงอีกครั้ง
แต่จินเฟิงยังคงจ้องมองถ้วยชา ไม่มีท่าทีจะพูดอะไรเลย