“ถ้าเช่นนั้น…. ให้ข้าเป็นผู้ตรวจภาพเองเถิด”
เสียงเรียบสงบดังขั้นกลางห้องโถง ทันทีที่ฮือถูกวี่เอ่ยปาก ทั้งองค์รัช ทายาทและอ๋องอี้ที่ยืนอยู่ด้านข้างต่างสะดุ้งเล็กน้อย สายตาเต็มไปด้วยความ
ประหลาดใจ
“น้องสาม เจ้าพูดว่าจะเป็นผู้ตรวจภาพเองหรือ?”
องค์รัชทายาทเอ่ยถาม แม้จะเป็นพี่น้องกัน แต่เขากลับไม่เคยเข้า
ใจฮือ ชวี่เลยสักนิด ชายผู้นี้เฉลียวฉลาดเกินคน ได้รับความโปรดปรานจาก เสด็จพ่อ หากเขาคิดจะแย่งชิงบัลลังก์ ก็ย่อมเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุด
ทว่า ไม่มีใครคิดก้าจัดเขา เพราะชื่อกูหวี่… ไม่เคยมีใจต่อราชบัลลังก์ เลยแม้แต่น้อย เขาไม่รับตําแหน่ง ไม่ยุ่งการเมือง ไม่เข้าร่วมว่าราชการ ทุก เรื่องในโลกดูเหมือนไม่เคยทําให้เขาแยแส ดังนั้นการที่เขาออกปากจะตรวจ ภาพในวันนี้ จึงน่าประหลาดใจยิ่งนัก ซือถูวี่ยิ้มบาง
หรือองค์รัชทายาทไม่ไว้ใจข้า?”
องค์รัชทายาทรีบตอบ
“น้องสามพูดอันใดกัน ความรู้ความสามารถของเจ้านั้นทั่วต้าหลี่ล้วน ประจักษ์ ใครจะไม่เชื่อถือได้เล่า?”
แท้จริงแล้ว เขาอยากดึงชื่อชวี่มาอยู่ฝ่ายตน แม้ชายผู้นี้ไร้พรรค พวก แต่ความโปรดปรานจากฮ่องเต้คืออาวุธที่ทรงอานุภาพที่สุด ชื่อกูชวี่หัน ไปทางฮูหยินผู้เฒ่าฉิน “หากท่านเชื่อถือ ข้าขอเป็นผู้ตรวจภาพเถิด”
ฮูหยินผู้เฒ่าฉินลังเล หากภาพเป็นของจริง จ้าวเย่อเหรินย่อมอ้บ อาย หากเป็นของปลอม จ้าวเข่อหรันก็จะเสียชื่อ ทั้งสองล้วนเป็นหลานของ
นาง ชือ ชวี่เอ่ยอีกครั้งอย่