นใดนั้น สีหน้าจ้าวเย่อเหรินชีดยาว
“เป็นไปไม่ได้! ภาพนี้จะเป็นของจริงได้อย่างไร!”
ฮูหยินผู้เฒ่าฉันถามด้วยเสียงสั่น
“ท่านอ๋องหมายความว่า…. เป็นของจริงหรือ?”
“ถูกต้อง ภาพ ชุนเกอเหยียบหิมะ ม้วนนี้ เป็นผลงานแท้ของอู๋โจว”
ห้องโถงเงียบงัน จ้าวเข่อเหรินหน้าขาวดุจศพ นางแน่ใจว่าตนสลับ ภาพแท้ไปแล้ว เหตุใดผลจึงเป็นเช่นนี้? ฮือ ชวี่เอ่ยเรียบ ๆ
“ต่อให้ไม่เชื่อข้า ก็ควรเชื่อท่านถั่วกงผู้ล่วงลับ ข้ายังเห็นตราประทับ ของท่านกั้วกงที่มุมหลังภาพมิใช่หรือ?”
เอ่อ น
ฮูหยินผู้เฒ่าฉินรีบพลิกดู ตราประทับสีแดงสดปรากฏชัด นํ้าตานาง
“ใช่… ของท่านถั่วกงจริง ๆ”
จ้าวเข่อหรันสงบนิ่ง เพราะนางรู้ดี ทุกชิ้นสะสมของท่านตาล้วนมีตรา ประทับ สายตาผู้คนหันมามองจ้าวเข่อเหรินอย่างดูแคลน จ้าวเข่อเหรินยืน แข็งทื่อ ความภาคภูมิใจที่เคยได้รับแปรเปลี่ยนเป็นสายตาเหยียดหยาม จิต ใจนางเหมือนถูกมีดคมเฉือนช้า ๆ ฉินอี้เหมี่ยวแสร้งปลอบ
“น้องเหรินอย่าคิดมาก”
ถ้อยคําาอ่อนโยน ทว่าแววตาเต็มไปด้วยความสะใจ เสียงชุบซ๊บดังขึ้น
“สมเป็นคุณหนูใหญ่ตระกูลฉิน”
“งดงามทั้งรูปและใจ”
จ้าวเย่อเหรินผลักนางออก วิ่งหนีออกจากห้องโถง นํ้าตาไหลอาบ
หน้า ก่อนออกไปยังไม่วายถลิงตามองจ้าวเข่อหรันอย่างอามาต ฉินเชียง เหอรีบตามไป พลางเหลือบมองจ้าวเข่อหรันด้วยความไม่พอใจ ราวกับโทษ ทุกอย่างตกอยู่ที่นาง
จ้าวเข่อหรันเพียงยืนนิ่ง หัวใจเย็นชาจนแทบไม่รู้สึก สําหรับนาง สอง คนนั้นม