จินเฟิงกระโดดลงจากหลังม้าศึก และยื่นเชือกบังเหียนให้ต้าหลิว “ไปหาคนทำอาหารมาให้พวกข้ากินหน่อย หิวจะตายอยู่แล้ว”
เขาวิ่งวุ่นมาทั้งวัน และได้กินบะหมี่หนึ่งชามกับโจวโหยวต๋าเท่านั้น
เป่ยเชียนสวินกับต้าหลิวก็เหมือนกัน ตอนนี้ท้องของพวกเขาก็เริ่มร้องโครกคราก
“อาหารเตรียมพร้อมแล้ว ข้าจะให้คนเอามาเดี๋ยวนี้”
หร่วนถงเจี๋ยรีบพูด
“ได้” จินเฟิงพยักหน้าก่อนจะพาเป่ยเชียนสวิน ต้าหลิวและคนอื่น ๆ เดินไปที่ห้องอาหาร
ทุกคนไม่แบ่งนายแบ่งบ่าว นั่งล้อมโต๊ะกลมใหญ่ ตรงกลางวางชามบะหมี่ขนาดใหญ่และกินกันอย่างออกรสออกชาติ
เป่ยเชียนสวินยังเอาขาข้างหนึ่งวางบนเก้าอี้ด้วยท่วงท่าสบาย ๆ
หลังจากถูกตระกูลใหญ่ฝึกมาหลายปี นางก็ชินแล้วกับการรอให้เจ้านายกินเสร็จ แล้วค่อยไปหามุมนั่งยองกินเงียบ ๆ
ตอนที่เพิ่งตามมากับจินเฟิง ถังเสียวเป่ยเรียกเป่ยเชียนสวินมากินข้าวด้วยกัน นางยังไม่อยากเลยเพราะรู้สึกว่าจินเฟิงกำลังซื้อใจคน
ภายหลังก็พบว่าจินเฟิงไม่เหมือนกับขุนนางคนอื่น
ขุนนางหลายคนกินใช้หรูหราสุด ๆ แม้จะออกนอกบ้านก็ต้องประณีตทุกอย่าง
แต่จินเฟิงไม่สนใจเรื่องพวกนี้เลย