ระหว่างทางกลับจากตงไห่ จินเฟิงกินอยู่เหมือนกับผู้คุ้มกันภัยทุกอย่าง
หิวแล้วก็ตักบะหมี่จากหม้อใหญ่มาชามหนึ่ง แล้วหยิบกระเทียมอีกสองกลีบ นั่งยองข้างทางกินตะกละตะกลาม
ถึงแม้บางครั้งจะกินกับถังเสียวเป่ยในกระโจมด้วยกัน ก็ไม่ได้แอบทำอาหารพิเศษและกินข้าวในหม้อรวมเหมือนกัน
เดิมทีคิดว่าจินเฟิงเพียงแค่เร่งรีบระหว่างเดินทางเท่านั้น พอมาถึงซีเหอวานจึงพบว่าที่บ้านของจินเฟิงก็เป็นแบบนี้ กินข้าวอย่างไม่เป็นพิธีรีตอง ไม่มีขั้นตอนและพิธีการมากมายเหมือนตระกูลใหญ่อื่น ๆ
เป่ยเชียนสวินก็เริ่มทำความเคยชินและชอบบรรยากาศการกินข้าวที่คึกคักแบบนี้
เด็กหญิงที่นางพามาด้วย ตอนนี้ก็ถูกจัดให้เข้าเรียนที่ซีเหอวาน โดยอยู่กินและเรียนด้วยกันกับเสี่ยวเอ๋อทุกวัน เป่ยเชียนสวินเริ่มค่อย ๆ ยอมรับและไว้ใจจินเฟิงอย่างจริงใจ
จินเฟิงกินบะหมี่หนึ่งชามจนหมด ตอนที่กำลังตักเพิ่ม เขาเห็นหร่วนถงเจี๋ยยังอยู่ข้าง ๆ จึงถามว่า “ยังมีเรื่องอะไรอีกหรือ?”
“วันนี้ทางส่วนราชการส่งคนมาแจ้งว่าพ่อค้าข้าวถอนฟ้องคดีใส่ร้ายหอการค้าทั้งหมดแล้ว พรุ่งนี้พวกเราสามารถไปเปิดยุ้งฉางได้แล้ว”
หร่วนถงเจี๋ยพูดพลางยื่นหนังสือราชการปึกหนึ่งให้