ทันทีที่จ้าวเข่อหรันเงยหน้าขึ้นมองบุรุษในชุดขาว
นางก็ถึงกับชะงัก งั้น มิใช่เพราะรูปโฉมอันโดดเด่นเหนือผู้คน แต่เพราะนาง “รู้จัก” เขา บุรุษ ชุดขาวผู้นั้นคือ ซ๊อกูลวี่ เมื่อเห็นภาพตรงหน้า จ้าวเข่อหรันก็พอเดาได้ทันที ว่า บุรุษที่บ่าวชายเมื่อครู่เรียกว่า “ท่านอ๋องซวี่” ก็คือเขานี่เอง นางเคยคาด เตามานานแล้วว่าเขาน่าจะมีชาติกําาเนิดไม่ธรรมดา เพียงแต่ไม่คิดว่าแท้จริง แล้วจะเป็นถึง “อ๋อง วี่”
ในชาติก่อน นางเก็บตัวเงียบ ไม่ข้องเกี่ยวการเมือง โดยเฉพาะเรื่อง ในวังยิ่งไม่รู้สึก จึงไม่เคยรู้มาก่อนว่า ชื่อชวี่คืออ๋องชวี่ ที่รู้เพียงคร่าว ๆ ก็ คือ องค์รัชทายาท อ๋อง วี่ และอ๋องอี้ ต่างเป็นพระโอรสของฮ่องเต้ ทว่าผู้ใด เป็นโอรสลําาดับที่เท่าใด ประสูติจากพระสนมองค์ใด ฐานะในราชสํานักเป็น เช่นไร นางกลับไม่รู้อะไรเลย เมื่อสามพระโอรสเสด็จมาถึงฮูหยินผู้เฒ่าฉัน ก็ นําสตรีทั้งหลายถวายความเคารพพร้อมกัน
“หม่อมฉัน ขอถวายบังคมองค์รัชทายาท อ๋องชวี่ และอ๋องอี้เพคะ”
องค์รัชทายาทรีบก้าวเข้าพยุงฮูหยินผู้เฒ่านั้น พลางแย้มยิ้มอ่อนโยน “ฮูหยินผู้เฒ่าฉัน อย่าได้มากพิธีเลย”
คําพูดอ่อนหวาน ท่าทีสุภาพ ทว่าแววตาเจิดจ้าแฝงคม จ้าวเข่อหรัน
มองภาพตรงหน้า พลางร้าลึกถึงความทรงจําเลือนรางในอดีต องค์รัชทายาท เป็นโอรสองค์โตของฮองเฮา ได้รับแต่งตั้งตั้งแต่เยาว์วัย แต่ใต้หล้าหาได้มี เพียงเขา ฮ่องเต้ยังแข็งแรง พระโอรสก็มีหลายพระองค์ ผู้ใดจ