พอเห็นไม่มีใครในโรงเรียนเชื่อแล้ว ก็โทรไปหลอกพ่อแม่ บอกว่าบ้านไฟไหม้ ทำให้พ่อต้องทิ้งงานรีบกลับบ้าน
นั่นเป็นครั้งแรกที่จินเฟิงเห็นคนโดนแขวนบนห่วงบาสแล้วตี เขาจำได้แม่นเลย
พอเข้ามหาวิทยาลัยถึงรู้ว่านี่เป็นโรคทางจิตอย่างหนึ่ง หากไม่สนใจ คนคนนี้ก็จะเล่นมุกใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ
เพราะอย่างนี้ ในคืนนั้นจินเฟิงเลยด่าโหวจื่อยับ แล้วยังลงโทษให้ยืนตากลมหนาวครึ่งคืนด้วย
เขาคิดว่าโหวจื่อจะสงบลงได้สักสองสามวัน แต่ไม่ทันไรก็ก่อเรื่องอีกแล้ว ทั้งยังมาแกล้งถังเสียวเป่ยอีก...
ถังเสียวเป่ยเป็นคนจำความแค้นได้ดี ครั้งนี้ถ้าไม่ถลกหนังโหวจื่อสักชั้นก็แปลกแล้ว
จินเฟิงปรารถนาให้มีคนมาจัดการโหวจื่อผู้นี้บ้าง ไม่ไปช่วยสุมไฟก็ถือว่ามีน้ำใจมากแล้ว จะให้ไปพูดแทนเขาได้อย่างไร?
“สมน้ำหน้าเจ้าปากมอม! จะไปยั่วโมโหใครก็ได้ แต่ดันไปยั่วโมโหคนอย่างนาง!”
ตอนนี้โหวจื่อสำนึกแล้ว เขาตบหน้าตัวเองฉาดใหญ่ “ครั้งนี้ตายแน่ๆ!”
“เจ้าพูดเมื่อครู่ว่าเจอเป่ยเชียนสวิน ไม่ได้พูดเล่นใช่หรือไม่?”
จินเฟิงถามขึ้นมาทันใด “เพราะหากเป็นเช่นนั้น เจ้าตายแน่”