แต่ด้วยความกลัวว่าโจรท้องถิ่นจะกลับมาอีกอีกครั้ง และกังวลว่าเมื่อกลับไปกวางเหยวียนแล้วเซี่ยสี่กวางจะยังคงสร้างปัญหาต่อไป กวานเสี่ยวโหรวจึงไม่ได้ให้จงหลิงเอ่อร์กลับไปเปิดหอการค้าใหม่ แต่เน้นการตั้งรับและรักษาความสงบในปัจจุบันไว้ก่อน เพื่อรอให้จินเฟิงกลับมาแล้วค่อยวางแผนอีกที
ส่วนจินเฟิงที่กวานเสี่ยวโหรวเป็นห่วงทั้งวันทั้งคืน ก็ไม่กล้าชักช้า รีบเร่งเดินทางกลับด้วยความเร็วสูงสุดท่ามกลางลมหนาว
ขณะให้อาหารม้าศึก ถังเสียวเป่ยหยิบเสื้อคลุมตัวใหญ่มาคลุมไหล่ให้จินเฟิง แล้วถอนหายใจพูดว่า “อีกสองวันน่าจะถึงเขตชวนสู่แล้ว เพราะสองวันนี้เริ่มเห็นผู้ลี้ภัยที่หนีมาจากชวนสู่แล้ว”
“คนที่หนีมาถึงที่นี่ได้ ล้วนแต่มีทรัพย์สินในบ้านทั้งนั้น คาดว่ายิ่งเดินต่อไป ผู้ลี้ภัยจะยิ่งมีมากขึ้นเรื่อย ๆ”
จินเฟิงถอนหายใจตาม
ถังเสียวเป่ยกำลังจะพูดบางอย่างต่อ แต่โหวจื่อก็วิ่งเข้ามาเสียก่อน
“ท่านอาจารย์ ข้างหน้าห่างออกไปห้าลี้ มีคนพบโจรท้องถิ่น”
“ฝ่ายตรงข้ามมีคนมากหรือไม่ เลี่ยงได้หรือเปล่า?” จินเฟิงถาม
เพื่อจะได้เดินทางอย่างรวดเร็ว ระหว่างทางหากเจอโจรท้องถิ่น โหวจื่อจะใช้วิธีที่แตกต่างกันไปตามจำนวนคนของฝ่ายตรงข้าม