“อ้อใช่ แล้วก็ทำเครือญาติด้วย ข้าอ่านหนังสือไม่ออก เฟยเฟย เจ้าเกิดมาจากตระกูลขุนนางที่มีความรู้ ช่วยจัดการเรื่องนี้ด้วยเถิด”
เมื่อได้ยินว่าสิ่งที่กวานเสี่ยวโหรวต้องการให้ตนทำคือเรื่องนี้ จั่วเฟยเฟยก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วหยั่งเชิงถามไปว่า “การสร้างหอบรรพบุรุษและจัดทำเครือญาตินั้นเป็นเรื่องใหญ่ ในเมื่อท่านอาจารย์ไม่อยู่ พวกเราไปจัดการเองโดยพลการคงไม่เหมาะสม?”
ในสังคมศักดินา การสร้างหอบรรพบุรุษและจัดทำเครือญาติถือเป็นเรื่องใหญ่ระดับต้น ๆ ของตระกูล ต้องให้ผู้อาวุโสที่ทรงเกียรติและเป็นที่เคารพนับถือของตระกูลเป็นผู้ดำเนินการ สตรีไม่อาจยุ่งเกี่ยวได้
แต่ตอนนี้กวานเสี่ยวโหรวกลับจะทำทั้งสองอย่าง ทั้งยังให้ตนเป็นคนจัดการ ทำให้จั่วเฟยเฟยรู้สึกกังวลว่ากวานเสี่ยวโหรว อาจกำลังหลอกล่อตน
หากจินเฟิงกลับมาแล้วโกรธเคือง สุดท้ายก็ต้องเป็นตนที่แบกรับความผิดอยู่ดี
“ไม่เป็นไรหรอก หากสามีตำหนิ ข้าจะรับไว้เอง”
กวานเสี่ยวโหรวเห็นถึงความกังวลของจั่วเฟยเฟย จึงยิ้มแล้วกล่าวว่า “พี่น้องที่นี่ล้วนเป็นพยานได้ทั้งนั้น”