ักวางตัว ส่วนจ้าวเข่อหรันในสายตา ยองนาง… ก็เพียงหญิงสาวจืดจางคนหนึ่ง
นางไม่เคยอยากได้บุตรชายของท่านเลย เบื่อหรานคิดเย็นชา ชายเส
แสร้งเช่นนั้น ใครจะอยากครอบครอง?
ไม่นาน ฮูหยินผู้เฒ่าฉินเรียกเข่อหรันเข้าไปใกล้
“ผอมลงหรือไม่? ยังไม่หาย อีกหรือ?”
แววตาห่วงใยนั้นจริงแท้ ในบรรดาหลานสาวทั้งหมด คนที่นางรักที สุดกลับเป็นเข่อหรัน แม้เด็กคนนี้มิได้โดดเด่นเท่าใครก็ตาม เข่อหรันยิ้มบาง
“ข้าสบาย เจ้าค่ะ ท่านยาย”
ฮูหยินผู้เฒ่าฉันมองนางอย่างพินิจ วันนี้หลานสาวผู้นี้ดูต่างออกไป
มิใช่งานล่มเมือง แต่มีกลิ่นอายสงบ มั่นใจ ยืนอยู่เฉย ๆ ก็ชวนให้คนหันมอง นางรู้สึกแปลกใจอย่างบอกไม่ถูก จู่ ๆ สะใภ้ใหญ่จางม่านเอ๋อร์ก็เอ่ยขึ้นด้วย
รอยยิ้มหวาน
“ได้ยินว่าคุณหนูรองเพิ่งหมั้นหมายกับชื่อจื่อแห่งจวนจงอี้โหว ขอ
แสดงความยินดีด้วยนะเจ้าคะ”
บรรยากาศพลันแข็งค้าง ผู้ที่รู้เบื้องหลังต่างกระอักกระอ่วน เพราะ
เดิมทีคู่หมั้นนั้นควรเป็นของเข่อหรัน ฮูหยินผู้เฒ่าฉันสีหน้าเย็นวาบ คําพูดนี้ ไม่ใช่คํายินดี แต่เป็นมีดที่จงใจเชือด จ้าวเข่อหรันยิ้มอ่อน เอ่ยเรียบ ๆ
“ข่าวท่านอาสะใภ้รวดเร็วยิ่งนัก ใช่แล้ว เพิ่งหมั้นหมายไม่นานนี้เอง”
เพียงประโยคเดียว ความอึดอัดก็สลาย ฮูหยินผู้เฒ่าฉันมองหลาน สาวด้วยความชื่นชม เด็กคนนี้โตแล้วจริง ๆ ในใจนางกลับปวดร้าว ยอมสละ คู่หมั้นให้น้องสาวเช่นนี้ ช่างน่าสงสารนัก เข่อหรันเพียงยิ้ม ข้าไม่เคยเสียใจ เลย ท่ามกล