“องค์หญิงต้องการเข้าเฝ้าฝ่าบาทหรือ?”
“ใช่ อู่หยางมีเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่ต้องเข้าเฝ้าท่านพ่อ!”
องค์หญิงเก้ากล่าวกับเฉินเหยวียนเซิ่งพร้อมโค้งกายเล็กน้อย “หวังว่าท่านปู่เก้าจะไม่ขัดขวางอู่หยาง”
ผู้ที่เป็นข้าราชการในสำนักราชวงศ์ ล้วนแต่เป็นพระญาติ องค์หญิงเก้าจึงเรียกเฉินเหยวียนเซิ่งว่าท่านปู่ แม้ชายตรงหน้าจะเป็นชายวัยกลางคนก็ตาม
“มิใช่ว่าข้าจะขัดขวาง แต่ช่วงนี้ฝ่าบาทมีพระอาการประชวรและมีพระบรมราชโองการว่า นอกจากเสนาบดีแล้วก็ไม่ให้ผู้ใดเข้าเฝ้า ข้าจึงไม่อาจให้องค์หญิงเข้าไปได้”
เฉินเหยวียนเซิ่งกล่าวด้วยสีหน้าลำบากใจ
“อู่หยาง มีเรื่องเร่งด่วนมิอาจผัดผ่อน”
องค์หญิงเก้ากล่าวพร้อมโค้งกายอีกครั้ง “อู่หยางหวังว่าท่านปู่เก้าจะละเว้นให้ ถือว่าอู่หยางติดหนี้ท่านปู่หนึ่งครั้ง”
เฉินเหยวียนเซิ่งส่ายหน้าและยังคงขวางหน้าองค์หญิงเก้า
“ท่านปู่เก้า อนุญาตให้อู่หยางเข้าไปเถิด หากท่านพ่อลงโทษ ท่านปู่เก้าก็โยนความผิดมาที่อู่หยางได้”
องค์หญิงเก้าโค้งกายเป็นครั้งที่สาม
แต่เฉินเหยวียนเซิ่งกลับหลับตา
“ข้าขอร้องเป็นครั้งสุดท้าย วันนี้ข้าจะต้องเข้าเฝ้าท่านพ่อให้ได้”