ำกล่าวของพี่ใหญ่เจิ้งนั้นถูกต้อง” เสี่ยวอวี้พยักหน้ากล่าว “เมื่อถึงยามคับขันจริง ๆ ค่อยใช้โจรท้องถิ่น”
“แล้วเวลานี้พวกเราจะทำเช่นไรกับปัญหาขาดแคลนคน” เถี่ยฉุยเอ่ยถาม
“ข้ามีหนทางหนึ่ง พวกเจ้าลองฟังดูว่าได้หรือไม่”
กวานเสี่ยวโหรวกล่าวว่า “เหล่าสตรีในโรงงานสิ่งทอก็มีการฝึกฝนอยู่มิใช่หรือ แม้การสู้รบอาจไม่สามารถทำได้ แต่การควบคุมธนูจ้งหนู่และเครื่องเหวี่ยงหินบนป้อมปราการนั้นย่อมไม่มีปัญหา
พวกเราสามารถเกณฑ์สตรีจากโรงงานสิ่งทอมาช่วยเหลือกองกำลังของหัวหน้ากองร้อยถังและหัวหน้ากองร้อยฝาน เช่นนี้ดีหรือไม่?”
“ใช่ เราลืมเรื่องโรงงานสิ่งทอไปได้อย่างไร” เถี่ยฉุยตบเข่าฉาดใหญ่ “ท่านอาจารย์จัดให้มีการแข่งขันกีฬาก็เพื่อป้องกันมิให้เกิดสถานการณ์อย่างทุกวันนี้”
ของรางวัลที่จินเฟิงตั้งไว้สำหรับการแข่งขันกีฬานั้น สำหรับสตรีที่ทำงานในโรงงานแล้ว ช่างเย้ายวนใจเหลือเกิน
หลังการแข่งขันกีฬาจบลง มิต้องให้ถังตงตงเร่งเร้า สตรีเหล่านั้นก็ขะมักเขม้นฝึกฝน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันกีฬาฤดูใบไม้ผลิในปีหน้า
ทุก ๆ เช้า จะเห็นกลุ่มสตรีจากโรงงานต่อแถวเดินตามกลุ่มผู้คุ้มกันภัย
ในสนามฝึกธนูจ้งหนู่และเครื่องเหวี่ยงหินของผู้คุ้มกันก็มักจะเห็นหญิงสาวปรากฏตัวอยู่เสมอ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มที่ทำผลงานได้ดีในการแข่งขันกีฬา ระดับทักษะในการควบคุมธนูจ้งหนู่และเครื่องเหวี่ยงหิน รวมถึงความเข้าขากันในการทำงาน ย่อมสูงกว่าผู้คุ้มกั