ดคิ้ว
“แต่คุณหนูทําเช่นนี้ จะไม่ยั่วโทสะคุณหนูรองหรือเจ้าคะ?”
จ้าวเข่อหรันยิ้มละมุน ดวงตาเป็นประกายเจ้าเล่ห์เล็กน้อย
“แม่นมเยว่ ไม่รู้หรือว่า คุณหนูรองของเราหวงภาพลักษณ์ยิ่งนัก ต่อ ให้โกรธจนอกแตก นางก็ไม่กล้าทําตนเสียหน้าต่อหน้าผู้คน อีกอย่าง… ข้าไม่ รู้เรื่องอะไรเสียหน่อย”
รอยยิ้มชุกชนประดับริมฝีปาก ราวกับเด็กสาวผู้ไร้เดียงสา แม่นม
เยว่หัวเราะทั้งนํ้าตาคลอ
“คุณหนู ช่างกล้าแหย่ไฟนะเจ้าคะ”
จ้าวเข่อหรันจับมือหญิงชราแน่น
“แม่นมเยว่ พรุ่งนี้ท่านไม่ต้องตามข้าไปจวนกั๋วกงฉิน
แม่นมเยว่ตกใจ
“เหตุใดเล่าเจ้าคะ?”
จ้าวเย่อหรันเอ่ยเสียงอ่อนโยน
“หลานชายของท่านป่วยมิใช่หรือ? ใจท่านคงห่วงจนอยู่ไม่สุข พรุ่งนี้
ท่านกลับไปดูเขาเถิด”
แม่นมเยว่ถึงกับน้ําตาชิม นางไม่เคยคิดว่าคุณหนูจะใส่ใจเรื่องเล็ก น้อยเช่นนี้ บทสนทนาค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นเรื่องชีวิต แม่นมเยว่เอ่ยว่าตนเต็ม ใจอยู่รับใช้ ไม่คิดกลับไปใช้ชีวิตสงบสุขกับครอบครัว จ้าวเข่อหรันฟังเงียบ ๆ ภาพอดีตชาติวาบขึ้นในใจ
ในชาติก่อน แม่นมเยว่ตายเพื่อปกป้องนาง ศพยังถูกทิ้งอย่างไร้ค่า หัวใจของนางเจ็บปวดราวถูกบีบ คราวนี้… นางจะไม่ปล่อยให้เรื่องนั้นเกิดขึ้น
อีก จ้าวเข่อหรันจึงเอ่ยขึ้นอย่างตั้งใจ
“แม่นมเยว่ หากให้บุตรชายของท่านไปดูแลจวนนอกเมืองแทนข้า ท่านว่าเขาจะยินดีหรือไม่?”
แม่นมเยว่อั้ง เมื่อได้ยินว่าเงินเดือนเดือนละ บ า ง มากกว่า ทํา
งานโรงนํ้าชาถึงห้าเท่า นางแท