พวกโจรยังไม่ใช่กลุ่มก้อนเดียวกันจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเกิดความสามัคคี
โจรท้องถิ่นหลายร้อยคนถูกผู้คุ้มกันภัยไม่กี่สิบคนสกัดเอาไว้ได้!
ข่าวที่ว่าสำนักคุ้มภัยเจิ้นเหยวี่ยนไม่ฆ่าเชลยศึกได้แพร่สะพัดไปทั่วเมืองตั้งนานแล้ว
เมื่อโจรท้องถิ่นเห็นว่าหนีไม่รอด พวกเขาต่างก็โยนอาวุธทิ้งลงพื้นแล้วนอนหมอบเอามือกุมหัว ปล่อยให้ผู้คุ้มกันภัยมัดตน
เรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ไม่ต้องให้ฟางเหลยลงมือ เขาเพียงแค่ยกกล้องส่องทางไกลขึ้นเพื่อสอดส่องดูรอบ ๆ
“หัวหน้ากองพัน ข้าบอกแล้วว่าพวกมันเป็นโจรกระจอก ตอนนั้นข้าโดนตำหนิ ดูตอนนี้สิ พวกมันกลัวจนตัวสั่นไปแล้ว!”
หลังจากชนะศึก หัวหน้ากองร้อยคนหนึ่งที่สนิทกับฟางเหลยก็วิ่งเข้ามากระทบไหล่ฟางเหลยอย่างอารมณ์ดี
แท้จริงแล้วฟางเหลยยังคงสงสัยอยู่บ้าง แต่ข้อเท็จจริงปรากฏชัดอยู่ตรงหน้า โจรท้องถิ่นเหล่านี้ไม่ได้ดักซุ่มโจมตีแต่อย่างใด
ฟางเหลยเก็บกล้องส่องทางไกลลงแล้วกล่าวว่า “ระมัดระวังไว้ก่อนไม่เสียหาย”
“ถูกต้อง หัวหน้ากองพันพูดมีเหตุผล” หัวหน้ากองร้อยพยักหน้าแล้วถามว่า “แล้วเราจะจัดการกับคนกลุ่มนี้อย่างไร ส่งไปเฮยสุ่ยโกวหรือไม่?”
“ส่งไปเฮยสุ่ยโกวเพื่ออะไร?”
แววตาฟางเหลยเย็นชาและคำที่พูดออกมาก็ยิ่งเย็นชาขึ้นไปอีก “สอบสวนก่อน สอบสวนเสร็จแล้วก็แขวนคอให้หมด”
“แขวนคอให้หมดเลยหรือ?!” หัวหน้ากองร้อยตกใจ “ท่านอาจารย์บอกว่าไม่ให้ฆ่าเชลยศึก ทำเช่นนี้จะเหมาะสมหรือ?”