ด้ยินเสียงกีบม้าดังมาจากด้านหลัง
เมื่อมองย้อนกลับไปก็มีรถม้าคันหนึ่งเคลื่อนเข้ามาใกล้ช้า ๆ และหยุดลงตรงพวกเขาทั้งสอง
“ท่านอาจารย์ ท่านกำลังจะไปที่หอวาโยวสันต์หรือ?”
ลวี่หลิ่วโน้มตัวออกไปนอกหน้าต่างรถม้าแล้วเอ่ยถาม
“มีเหตุอันใด ข้าจะไปไหนจำเป็นต้องรายงานแม่นางลวี่หลิ่วด้วยหรือ?”
น้ำเสียงของจินเฟิงฟังดูไม่พอใจเล็กน้อย
“ท่านอาจารย์เข้าใจผิดแล้ว” ลวี่หลิ่วอธิบายอย่างรวดเร็ว “ข้าเพียงไม่รู้ว่ามีหญิงสาวกี่คนในตรอกเฟิงเยว่ที่กำลังรอท่านอยู่ หากท่านอาจารย์หุนหันไปที่นั่นเช่นนี้ ข้าเกรงว่าท่านจะถูกหญิงสาวจากหอนางโลมอื่น ๆ รายล้อมจนไม่สามารถไปถึงหอวาโยวสันต์ได้”
“เจ้าไม่ได้กล่าวเกินจริงใช่หรือไม่?”
จินเฟิงไม่เชื่อ
“ข้าไม่ได้พูดเกินจริงแม่แต้น้อย”
ลวี่หลิ่วปิดปากแล้วยิ้ม “บทกวีบทหนึ่งของท่านอาจารย์ทำให้มูลค่าของแม่นางเสียวเป่ยเพิ่มขึ้นหลายเท่าในชั่วข้ามคืน ท่านคงไม่รู้ว่าตนเองโด่งดังแค่ไหนในตรอกเฟิงเยว่ ไม่เช่นนั้น ข้าคงไม่มาดักรอท่านอาจารย์เช่นนี้หรอก”
“ข้าคงประมาทเกินไป”
จินเฟิงเกาหัวด้วยความสับสน “ข้าควรทำอย่างไรดี?”
“ท่านอาจารย์ หากท่านไม่ว่าอะไร เชิญมานั่งรถม้าของข้าได้เลย”
ลวี่หลิ่วกล่าวว่า “ประตูหลังของสถานเริงรมย์หลวงและประตูหลังของหอวาโยวสันต์ห่างกันเพียงยี่สิบจั้งเท่านั้น ท่านสามารถผ่านประตูหลังไปได้”
“ข้าว่านี่ไม่ค่อยสะดวกเท่าไร?”
จินเฟิงเอ่ยปฏิเสธโดยไม่รู้ตัว
“ข้าต้องขอโทษด้วย ลวี