นายน้อยต่างก็แห่แหนกันไปที่สวนด้านหลัง
“ดูนั่นสิ นั่นคือแม่นางเสียวเป่ย และคนข้าง ๆ นางก็คือนายน้อยจินใช่หรือไม่?”
บุรุษสายตาแหลมคมผู้หนึ่งสามารถมองเห็นคนสองที่อยู่ในศาลาได้จากระยะไกล
“นั่นพวกเขา” ทันใดนั้นนายน้อยที่เข้าร่วมงานเลี้ยงน้ำชาคนหนึ่งก็ออกมายืนยัน
“นายน้อยโจว เจ้ากับนายน้อยจินได้ร่วมดื่มชาด้วยกัน เจ้าพาพวกข้าไปทำความรู้จักเขาหน่อยได้หรือไม่?”
นายน้อยคนหนึ่งร้องขอ
“เรื่องนี้…” นายน้อยโจวพึมพำ จริง ๆ แล้วเขากับจินเฟิงไม่ได้คุยอะไรกันสักคำ เขาเกาหัวด้วยความเขินอายแล้วพูดว่า “นายน้อยจินและแม่นางเสียวเป่ยกำลังคุยกันอยู่ คงไม่เหมาะที่เราจะขัดขวางอย่างบุ่มบ่าม”
“ใช่ มันไม่ค่อยเหมาะสม”
นายน้อยคนอื่น ๆ พยักหน้าเห็นด้วย
ว่าจบพวกเขาก็หาที่นั่งตามศาลาหลังอื่น ๆ และพูดคุยกันเพื่อรอจินเฟิงและถังเสียวเป่ย ทุกคนต่างก็พูดถึงบทกวีที่จินเฟิงเขียนขึ้นวันนี้
“เจ้ารู้สึกหรือไม่ว่าบทกวีของนายน้อยจินในวันนี้ไม่ดีเท่าบทกวีก่อนหน้า ที่เขาเขียนเรื่องความทุกข์ของชาวนา”
“ข้าก็คิดเช่นนั้น ‘ทุกข์ของชาวนา’ สะท้อนถึงความอุตสาหะของชาวนาอย่างสุดซึ้ง อ่านแล้วน้ำตาคลอ ทว่า ‘ฉันทลักษณ์ 40 คำ’ นี้เน้นสะท้อนถึงความงดงามของหญิงสาว”
“พวกเจ้าจะไปรู้อะไร การจะเขียนบทกวีขึ้นมาสักบทย่อมต้องดูสถานที่ด้วย หากเป็นวันนี้คงไม่เหมาะที่นายน้อยจินจะแต่งบทกวีอย่าง ‘ทุกข์ของชาวนา’ กระมัง?”
“เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ บทกวีนี่เหมือน