นั้นก็กลับกันเถิด” จินเฟิงเงยหน้าขึ้นและมองท้องฟ้า “ท้องฟ้ามีเมฆมากและมืดครึ้ม ฝนอาจกำลังจะตกในไม่ช้า”
“รับทราบ!”
ทหารผ่านศึกคอยตามประกบรถม้าและกลับไปยังตำแหน่งที่ต่อสู้กันอีกครั้ง
ชิ่งมู่หลาน ทหารหญิง และกวานเสี่ยวโหรวกำลังรออยู่ริมถนน ในขณะที่ทหารผ่านศึกที่เหลือกำลังมองศพที่ยังไม่ถูกกลุ่มโจรขนไป
“เหตุใดพวกเจ้าจึงลงมาที่นี่?”
เถี่ยฉุยถามพร้อมกับขมวดคิ้ว
“พวกโจรลงมาจากภูเขาหมดแล้ว และพวกโหวจื่อก็กำลังเฝ้าดูอยู่…”
ชิ่งมู่หลานกล่าว
จินเฟิงมองไปตามทิศทางของชิ่งมู่หลาน แน่นอนว่าเขาเห็นโหวจื่อนั่งยอง ๆ บนกองดินเล็ก ๆ และมองลงมา
ถัดจากกองดินตรงนั้น มีทางคดเคี้ยวสูงชันทอดลงมาจากภูเขา
“พวกโจรเป็นเพียงอันธพาลที่ไร้ระเบียบวินัย เมื่อพวกเขาถูกฆ่าและสูญเสียความกล้าหาญไป พวกเขาจะไม่กล้ากลับมาอีก”
จินเฟิงถามว่า “ตอนนี้สามารถระบุได้แล้วหรือยังว่าเป็นโจรกลุ่มใด?”
กองโจรจำนวนมากจะมีรอยสักบนร่างกาย นั่นไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความเป็นกลุ่มเป็นก้อนของพวกโจร แต่ยังป้องกันการแปรพักตร์อีกด้วย
กองโจรจำนวนมากไม่ยอมรับคนที่มีรอยสัก
“พวกเขาไม่มีรอยสักบนร่างกาย ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นโจรกลุ่มใด”
ทหารผ่านศึกที่รับผิดชอบในการตรวจสอบศพเอ่ยตอบ
“อาวุธล่ะ?” จินเฟิงยังคงถามต่อ “การที่จะเป็นมือธนูนั้นไม่ง่ายเพราะต้องผ่านการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี หากมีมือธนูมากกว่ายี่สิบคนโผล่ออกมาจากถ้ำโจร พวกเขาต้องไม่ใช่โจรธรรมดาอย่างแน่น