ในถ้ำเป็นระยะทางกว่าเก้าจั้งก่อนที่จะหยุด
“ลึกประมาณนี้ก็น่าจะพอแล้ว”
เถี่ยฉุยชูคบเพลิงและส่องไปรอบ ๆ พร้อมตรวจสอบอย่างระมัดระวัง จากนั้นก็ตะโกนไปที่ทางเข้าถ้ำ “ท่านอาจารย์ เข้ามาข้างในเถิด ข้างในปลอดภัย!”
“เข้าไปข้างในกัน!”
จินเฟิงขอให้กวานเสี่ยวโหรวและคนอื่น ๆ เข้าไปก่อน จากนั้นก็ตามด้วยทหารหญิง เขากับทหารชายเข้าไปเป็นกลุ่มสุดท้าย
ท้องฟ้าเริ่มมืดลง ตอนนี้เสื้อผ้าของทุกคนเกือบจะแห้งหมดแล้ว แต่ฝนยังคงตกไม่หยุด
“พี่เขย เมื่อใดเราจะเดินทางต่อได้หรือ?”
เสี่ยวเอ๋อวิ่งไปที่ทางเข้าถ้ำแล้วดึงมือจินเฟิงราวกับว่านางเป็นเด็กเล็กที่เริ่มงอแง
“กว่าฝนจะหยุดตกคงใช้เวลาสักพัก อีกอย่างฟ้าก็ใกล้มืดแล้ว แม้ว่าฝนจะหยุดเราก็ไม่สามารถเดินบนภูเขามืด ๆ ได้ เกรงว่าเราจะต้องค้างคืนที่นี่”
จินเฟิงมองออกไปข้างนอกแล้วพูดว่า “เถี่ยฉุย มาก่อไฟและทำอาหารกันเถอะ ระวังอย่าให้ควันลอยเข้าไปในถ้ำเล่า”
“รับทราบ!”
เถี่ยฉุยตอบรับและพาทหารผ่านศึกออกไปข้างนอก พวกเขาใช้เสื้อฟางกันฝันสร้างเป็นเพิงแบบเรียบง่าย และเริ่มก่อกองไฟ พร้อมกับนำหม้อออกมาเพื่อต้มโจ๊ก
“เสี่ยวเอ๋อ เจ้าเข้าไปข้างในเถิด ไว้อาหารพร้อมแล้วข้าจะเรียกเจ้า”
จินเฟิงลูบหัวของเสี่ยวเอ๋อ
“ไม่เอา ข้างในมันมืด แม้แต่หินก็ยังเป็นสีดำ ข้ากลัว”
เสี่ยวเอ๋อส่ายหัว “ข้าจะอยู่กับพี่เขยข้างนอก”
“หินทั้งหมดเป็นสีดำเหรอ?”
หัวใจของจินเฟิงกระตุกและเอ่ยถามต่อ “หินสีดำแบบใด? ไปเ