และกำบังเหียนในมือแน่น
ฝนตกหนักมากจนบดบังทัศนวิสัย ถนนบนภูเขาก็แคบ หากวิ่งเร็วเกินไปอาจเกิดอันตรายได้ง่าย
รับทราบ!
ทหารผ่านศึกชะลอความเร็วลง
“เถี่ยฉุย จัดกำลังคนตามโหวจื่อไป แล้วให้เขาดูว่าด้านหน้ามีที่หลบฝนหรือไม่”
“รับทราบ!”
เถี่ยฉุยเรียกทหารผ่านศึกออกมาบางส่วนและมอบหมายให้พวกเขาตามโหวจื่อไป
เค่อต่อมาทั้งสองก็กลับมารวมกัน
“ท่านอาจารย์ มีถ้ำอยู่บนเนินเขาห่างออกไปสองลี้” โหวจื่อรายงาน
“ไป พวกเราจะไปหลบฝนกันที่นั่น!”
จินเฟิงนำขบวนไปข้างหน้าท่ามกลางสายฝน
เมื่อเลี้ยวตรงมุมหนึ่งที่ตีนภูเขา จินเฟิงก็เห็นถ้ำมืด ๆ ที่สูงกว่าเก้าจั้งทางด้านขวา
ทุกคนผูกม้าและจอดรถม้าไว้ที่เชิงเขา จากนั้นก็ปีนขึ้นไปตามถนนบนภูเขาที่สูงชัน
ถ้ำมีขนาดไม่ใหญ่นัก สูงไม่เกินจั้ง กว้างเกือบครึ่งจั้ง แต่มีความลึกมาก จากปากทางเข้ามองเห็นได้เพียงสามสี่จั้งเท่านั้น เพราะภายในถ้ำมืดสนิท
เมื่อเดินมาถึงปากทางเข้าก็พบว่ามีกองขี้เถ้าพร้อมกองฟืนและหญ้าแห้ง
“ท่านอาจารย์รออยู่ข้างนอกก่อน ข้าจะนำคนเข้าไปสำรวจด้านใน”
เถี่ยฉุยหยิบคบเพลิงที่ชุบด้วยน้ำมันสนออกมา หลังจากจุดไฟแล้วก็นำทหารผ่านศึกทั้งสองเข้าไปในถ้ำ
ขี้เถ้าและฟืนแห้งเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่ามีคนมาหลบภัยที่นี่มาก่อน และในถ้ำก็อาจมีงูเงี้ยวเขี้ยวขอหรืออะไรทำนองนั้น ดังนั้นจินเฟิงจึงไม่คัดค้าน เขาส่งเถี่ยฉุยและพวกไปดูความเรียบร้อยก่อน
เถี่ยฉุยและพวกถือคบเพลิงเดินนำเข้าไป