อเพียงชีเสิ่นและหลานชายหนึ่งคนเท่านั้น
หลังจากลูกเสียชีวิต ชีเสิ่นก็ร้องไห้ทุกวัน นางไม่มีโอกาสได้ไปทำงานที่โรงงานสิ่งทอเพราะว่าหลานของนางยังเล็ก และตอนนี้ครอบครัวของนางก็กำลังลำบากมาก
กล่าวได้ว่าข้าวครึ่งถุงนี้สามารถช่วยชีวิตนางและหลานชายได้เลยทีเดียว
“หนิวหวา เจ้าต้องจำไว้ว่าพี่เฟิงเป็นผู้มีพระคุณที่ยิ่งใหญ่ต่อครอบครัวของเรา เมื่อเจ้าโตขึ้นต้องตอบแทนความมีน้ำใจของเขา เจ้าเข้าใจหรือไม่?”
ชีเสิ่นพูดกับหลานชาย
“ท่านย่า ข้าจะจำไว้”
เด็กชายพยักหน้าขึ้นลงอย่างแรง “ปีนี้ข้าอายุห้าขวบ ปีหน้าข้าก็จะสามารถไปทำงานในโรงงานสิ่งทอได้ ตอนนั้นข้าจะตั้งใจทำงาน และจะนำอาหารจากโรงงานกลับไปกินกับท่านย่าที่บ้าน”
มีหลายครอบครัวที่มีชีวิตเช่นเดียวกันกับชีเสิ่น
จินเฟิงทนไม่ได้ที่จะเห็นเด็ก ๆ อดตาย เขาจึงตกลงที่จะรับเด็กอายุหกขวบมาที่โรงงานสิ่งทอเพื่อช่วยคัดแยกเส้นด้าย พร้อมให้อาหารสามมื้อต่อวัน และทุกสิ้นเดือนก็ยังมอบค่าตอบแทนน้ำใจให้อีกหลายเหรียญทองแดง
แต่ถามว่าเด็ก ๆ จะทำงานได้ดีสักเท่าไหร่เชียว? พวกเขามักจะทำให้ด้ายยุ่งเหยิงอยู่เสมอ หลังจากที่พวกเขากลับไปแล้ว ถังตงตงก็ต้องหาคนอื่นมาทำแทน
แต่ถึงอย่างนั้นจินเฟิงก็ไม่ได้ขับไล่พวกเด็ก ๆ ออกไป