ไม่นาน หลงเอ๋อ ก็ยกน้าชากับขนมเข้ามา นางจัดวางถ้วยชาและจาน ขนมอย่างคล่องแคล่วเป็นระเบียบ แม้ตรงหน้าจะเป็นของโปรดของตน แต่ จ้าวเย่อเหรินกลับไร้เรี่ยวแรงจะหยิบชิม หลังได้ยินเรื่องพระโพธิสัตว์
กวนอิมพันปีหยกขาว นางก็ใจลอยไม่อยู่กับเนื้อกับตัวอีกต่อไป
ห้าหมื่นสําลงเงิน…ตัวเลขนั้นยังดังก้องอยู่ในศีรษะ นางลอบกัดริมฝี
ปาก ตัดสินใจในใจอย่างแน่วแน่ว่า จะต้องได้พระโพธิสัตว์องค์นั้นมาให้จง ได้ ทว่า…ราคาแท้จริงเท่าใดกันแน่? นางไม่กล้าถามตรง ๆ เพราะเมื่อครู่ จ้าวเข่อหรันยังเตือนให้นางอย่าซื้ออยู่เลย ในที่สุด นางก็ทนไม่ไหว เอ่ยถาม
งั้นเบา ๆ
เจ้าคะ?”
“พี่หญิง…พระโพธิสัตว์หยกขาวองค์นั้น ตกลงต้องใช้เงินเท่าไรหรือ
จ้าวเข่อหรันเลิกคิ้ว มองน้องสาวด้วยแววตาเหมือนฉงน
“เย่อเหริน เหตุใดข้ารู้สึกว่าเจ้าสนใจนักเล่า?”
จ้าวเย่อเหรินรีบส่ายหน้า
“มิใช่เจ้าค่ะ ข้าเพียงสงสัย เพราะเมื่อครู่ท่านบอกว่าซื้อไม่ไหว ข้าจึง
อยากรู้ว่ามันแพงเพียงใด”
จ้าวเข่อหรันยิ้มบาง
“ข้าเคยให้คนไปสืบมา ได้ยินว่าราวห้าหมื่นลําลิงเงิน
“อะไรนะ! ห้าหมื่น ลิง?”
จ้าวเข่อเหรินตะลึงจนแทบหลุดถ้วยชา ตัวเลขนั้นมิใช่น้อย ๆ เลย
จ้าวเย่อหรันหัวเราะแผ่ว
“ใช่สี ถ้าไม่แพงถึงเพียงนี้ ข้าคงซื้อไปแล้ว แต่ท่านพี่อีเหมี่ยวคงจ่าย
ใต้แหละนะ”
ๆ
ได้ยินชื่อฉินอี้เหมี่ยว บุตรสาวใหญ่ตระกูลฉินแห่งจวน วกง ใจ จ้าวเข่อเหรินพลันกระตุก นางยิ้มฝัน ๆ ฐานะของฉินอี้เหมี่ยวน