ดันตัวเองและอยากจะลุกขึ้นนั่ง
จินเฟิงอดไม่ได้ที่จะหันไปมองเถี่ยฉุย
ชายผู้นี้ดูไร้เดียงสามาก จินเฟิงไม่ได้คาดหวังว่าอีกฝ่ายจะพูดเก่งขนาดนี้
ไม่น่าแปลกใจเลยที่จางเหลียงให้ชายผู้นี้มาเป็นผู้คุ้มกันของเขา
เมื่อรู้ว่าเถี่ยฉุยพยายามพูดจาเอาอกเอาใจ จินเฟิงก็ไม่ได้ห้ามปรามอะไร จากนั้นก็เดินไปที่เกวียนด้วยรอยยิ้ม ชายหนุ่มจับตัวหู่จือแล้วเอ่ยถาม “เป็นอย่างไรบ้าง?”
“จินเฟิง ข้าสบายดี”
หู่จือกล่าวต่อ “ข้าบอกให้พี่เถี่ยจือเอาไม้ค้ำยันมาให้ข้าเพื่อที่จะได้พยุงตัวเองกลับ แต่เขายืนกรานที่จะให้ข้าขึ้นเกวียนมาให้ได้ ผู้อื่นไม่รู้คงคิดว่าข้าตายแล้ว”
“หูจื่อ ข้าเอาไม้ค้ำยันให้เจ้าแล้ว ไหนเจ้าลองพยุงตัวเองกลับบ้านให้ข้าดูหน่อยซิ”
หลิวเถี่ยเอ่ยเตือน “เจ้ายังไม่หายดีอย่าเพิ่งอวดเก่ง”
“พี่เถี่ยจือ เจ้าดูสิว่าเราก็มาถึงทางเข้าหมู่บ้านแล้ว หากข้าใช้ไม้ค้ำยันกลับไป สหายของเราที่ลากเกวียนพาข้ามาที่นี่จะไม่เหนื่อยเปล่าหรือ?”
หู่จือเกาศีรษะแล้วพูดด้วยความเขินอาย