มงามนั้น ชาติที่ แล้ว…. นางก็เคยหลงเชื่อเช่นนี้มิใช่หรือ? เพราะอีกฝ่ายงามล้ํา และทําดีกับ ตนเพียงเล็กน้อย นางที่ขาดความรักจากบิดามารดาจึงทุ่มเทหัวใจให้โดยไม่
ลังเล จนสุดท้าย สูญเสียแม้กระทั่งชีวิต
ชาตินี้จะไม่มีวันอีก ในดวงตาจ้าวเข่อหรันวาบประกายเย็นเยียบ
“พี่หญิง สีหน้าไม่ดีเลย ไม่สบายหรือ?”
จ้าวเย่อเหรินเอ่ยเสียงหวาน ห่วงใยจนฟังดูจริงใจ จ้าวเข่อหรันสะบัด
ความคิดทิ้ง ยิ้มอ่อน
“เพียงนอนไม่พอ”
ทั้งสองนั่งลง เงียบงันอยู่ครู่
“วันนี้ไม่เห็นเสียนอน ไม่ติดตามเจ้ามาหรือ?”
จ้าวเข่อหรันถามอย่างไม่ใส่ใจ
“ข้าให้นางไปทําธุระเล็กน้อย
“โอ้? ถึงกับให้สาวใช้คนสนิทไปเอง คงไม่ใช่เรื่องเล็กกระมัง?”
ดวงตาจ้าวเข่อเหรินวาบมีดเพียงชั่วขณะ ก่อนยิ้มกลบเกลื่อน
“เพียงอยากกินขนมจากหอวิ่งเยวี่ยเท่านั้น”
จ้าวเข่อหรันสังเกตได้ทุกริ้วรอย มีบางอย่างแน่ แต่บนใบหน้า นาง
ยังยิ้มละมุน
“เมื่อครู่พี่กําลังคิดอะไรหรือ?”
จ้าวเย่อเหรินรีบเปลี่ยนเรื่อง
“คิดถึงหลิงเอ๋อร์”
สีหน้าจ้าวเข่อเหรินแข็งวูบ
“หลิงเอ๋อ กล้าขโมยของพระราชทานไปชาย ช่างโลกนัก แม้ข้าอยาก
ช่วยก็ช่วยไม่ได้”
“นางสมควรตายแล้ว”
จ้าวเย่อเหรินรีบเสริม
“ใช่… โลกมากก็ย่อมรับผลกรรม”
ประโยคธรรมดา แต่แฝงคมมีด
“ก่อนตาย… นางได้พูดอะไรกับพี่หรือไม่?”
จ้าวเย่อเหรินถามอย่างระแวง จ้าวเข่อหรันทําหน้าแปลกใจ
“น้องคิดว่านางควรพูดอะไรกับพี่หรือ?”
“มะ… ไม่มีอะไร”
นางยิ้มจาง
“วันน