ลานอย่างใกล้ชิดเกือบทุกย่างก้าว และยังโดนเลือดนั้นกระเซ็นใส่ด้วย
แต่เห็นได้ชัดว่าอาเหมยสงบกว่าชิ่งมู่หลานมาก สีหน้าของนางไม่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย เหมือนว่านางคุ้นเคยกับภาพเหล่านี้มาก่อน
อาเหมยรู้ว่าชิ่งมู่หลานต้องผ่านการทดสอบนี้ด้วยตัวเอง นางจึงไม่ปลอบโยนหรือเร่งเร้า แต่ทำเพียงอยู่เคียงข้างชิ่งมู่หลานอย่างเงียบ ๆ
โชคดีที่ชิ่งมู่หลานปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว นางพักเพียงครู่เดียวก่อนที่จะเดินไปหาโจรคนต่อไปพร้อมกับดาบทมิฬในมือ
การเคลื่อนไหวในครั้งนี้ยังคงไม่คล่องแคล่วนัก แต่ก็ไม่ได้ลังเล
นางยกดาบขึ้นแล้วตัดหัวโจรอย่างเด็ดขาด
“พี่น้องของข้า ถึงตาพวกเจ้าแล้ว!”
ชิ่งมู่หลานเตะหัวโจรออกไปแล้วตะโกนบอกทหารหญิงที่อยู่ด้านหลัง
“ท่านอาจารย์จินพูดถูก โจรพวกนี้ไม่มีผู้ใดขาวสะอาด การฆ่าพวกเขาก็ถือว่าเป็นการล้างแค้นให้กับประชาชนที่ถูกพวกโจรบีบบังคับจนตาย และเป็นประโยชน์ต่อประชาชนที่ยังมีชีวิตรอดมาได้!”
“ลงมือซะ อย่าให้ทหารชายพวกนั้นเห็นว่าพวกเรามาที่นี่เพื่อล้อเล่นและเป็นเพียงเรื่องน่าขัน!”
หลังจากนั้นนางก็ตัดหัวโจรอีกคนหนึ่ง
ทหารหญิงร่างเล็กเดินออกจากขบวน จากนั้นนางก็ถือดาบเรียวยาวไว้มั่นพร้อมเดินไปหาโจร
ชื่อของนางคืออาจวี๋ นางมาจากอำเภอจินชวนเช่นกัน เมื่อนางอายุได้สิบเอ็ดปีโจรเขาเถี่ยกว้านได้สังหารบิดามารดาและพี่ชายของนางต่อหน้าต่อตา เพราะครอบครัวของนางไม่สามารถจ่ายส่วยข้าวประจำปีได้ จากนั้นนางก็ถูกอา