รหญิง ทุกคนต่างก็ถือหน้าไม้อยู่ในมือ พวกเขาค่อย ๆ เข้าไปใกล้ลานนวดข้าวทีละก้าว ๆ และล้อมกลุ่มโจรที่ไม่สามารถขยับได้
ใช่แล้ว โจรหลายร้อยชีวิตถูกล้อมโดยทหารผ่านศึกเพียงสามสิบกว่าคนและทหารหญิงอีกสิบกว่าคน
“ทิ้งอาวุธแล้วหมอบลง เอามือกุมหัวไว้ ใครกล้าตุกติก อย่าหาว่าข้าไม่เตือน!”
ฟางเหลยตะโกนจนสุดเสียง
พวกโจรที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวรีบทิ้งอาวุธ และนั่งยอง ๆ พร้อมเอามือกุมหัวของตนเอาไว้
“ต้าจ้วง เจ้าพาคนของเจ้าไปนำคนที่เคลื่อนไหวได้ออกมา!”
ฟางเหลยตะโกน “กองสอง กองสาม เตรียมเชือก หากใครตุกติกก็ยิงพวกมันทิ้งซะ!”
“รับทราบ!”
ทหารผ่านศึกทุกคนตอบพร้อมกัน
“กองหนึ่ง ตามข้ามา!”
ต้าจ้วงมอบหน้าไม้ของเขาให้กับทหารผ่านศึกและเดินเข้าไปในลานนวดข้าวพร้อมกับคราด
ทหารทั้งห้าคนในกองของเขาใช้คราดกวาดหนามกระสุนบนพื้นและเดินหน้าไปประมาณหนึ่ง
เมื่อเปิดเส้นทางไปจนถึงจุดที่กลุ่มโจรอยู่ ต้าจ้วงก็เตะโจรจนล้มลง
“เดินออกไป!”
โจรเดินตามเส้นทางอย่างเชื่อฟังและออกจากพื้นที่ที่เต็มไปด้วยหนามกระสุนจากนั้นก็ถูกทหารผ่านศึกที่ล้อมอยู่รอบนอกมัดไว้แน่น
สองเค่อต่อมา โจรกว่าร้อยชีวิตที่ยังสามารถเดินได้ด้วยตัวเองก็กลายเป็นนักโทษ
พวกที่ยังคงอยู่ในลานนวดข้าวไม่ตายก็พิการเพราะอานุภาพของธนูจ้งหนู่และเครื่องเหวี่ยงหิน
โจรเขาเถี่ยกว้านที่อยู่ในอำเภอจินชวนมานานหลายทศวรรษ สุดท้ายต้องพ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิง
ดวงตาของทหารผ่านศึกหลายคนเป็นประ