ครองที่นี่อยู่แล้ว แต่ไม่รู้ว่าเหตุใดในเวลานั้นนายอำเภอเกิดขุ่นเคืองใจขึ้นมา จึงได้ริเริ่มตั้งค่ายทหารท้องถิ่นที่เชิงเขาเถี่ยกว้านเป็นเวลาสองปีครึ่ง เป็นการบีบให้พวกโจรทั้งหมดอดอาหารตายบนภูเขา
ทว่าตั้งแต่มีโจวซือเหยีย ทุกครั้งที่ทหารท้องถิ่นมาที่เขาเถี่ยกว้าน พวกเขาก็จะทำหน้าที่แบบขอไปที อย่างเช่นกินดื่มร่วมกันแล้วค่อยกลับออกไป
อีกทั้งเมื่อกลับไปยังจวนว่าการก็ยังแบกหน้าไปขอเบี้ยและเสบียงเพื่อสนับสนุนการปราบโจรด้วย
นี่คือวิธีที่ทั้งสองฝ่ายร่วมมือกันตลอดหลายปีที่ผ่านมา และโจวซือเหยียคือสะพานเชื่อมความสัมพันธ์
ครั้งก่อนที่เขาและหลิวเจียงหรือหัวหน้าโจรเขาเถี่ยกว้านไปที่จวนว่าการเพื่อพบกับโจวซือเหยีย โจวซือเหยียได้ขอให้พวกเขาจัดการกับจินเฟิง แต่ก็ได้ย้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าอย่าทำร้ายจินเฟิงเด็ดขาด
“ซวนจื่อเป็นคนที่เรามอบหมายให้ไปที่นั่น แต่คนเลวอย่างจินเฟิงโจมตีเขา มันตบหน้าสหายเถี่ยกว้านของพวกเราทุกคน! แต่เราไม่สามารถทำอะไรได้เลย นี่มันน่าหงุดหงิดเกินไป!”
พี่รองเอ่ยอย่างไม่พอใจ “พี่ใหญ่ ชายที่ชื่อจินเฟิงไม่ใช่ชาวบ้านบนเขาธรรมดา ๆ อย่างนั้นหรือ? คนใหญ่คนโตอย่างโจวซือเหยียถึงต้องระมัดระวังในการจัดการเขาเช่นนี้?”
“เจ้าจะไปรู้อะไร ความสัมพันธ์ระหว่างจินเฟิงและชิ่งไหวนั้นไม่ธรรมดา”
หัวหน้าใหญ่กล่าวว่า “ครั้งหนึ่งชิ่งไหวเคยไปอาศัยอยู่ในหมู่บ้านของจินเฟิงเป็นเวลาหลายวัน จากนั้นก็พาเขาไปที่สนามรบ