เมื่อคิดได้เช่นนั้น ฮือ ชวี่ก็แย้มยิ้ม
“หากเจ้าจดจําบ้าได้ นับเป็นเกียรติของข้าแล้ว”
จ้าวเข่อหรันส่ายหน้าอย่างขบขัน
“ท่านคิดหรือว่าข้าพูดชมท่านอยู่หรือ?”
“จะชมจะด่าไม่สําคัญ
ฮือถหวี่หัวเราะเบา ๆ
“อย่างน้อยก็แปลว่าเจ้าจ๋าข้าได้ ดูท่าวิธีมาเยือนกลางดึกจะได้ผลไม่
นางมองชายหนุ่มรูปงามตรงหน้า พลางเอ่ยอย่างไม่เข้าใจ
“อือ ชวี่ ท่านเป็นใครกันแน่? เราเคยรู้จักกันมาก่อนหรือไม่? เหตุใด ท่านจึงมาหาข้าครั้งแล้วครั้งเล่า?”
“เรียกข้าว่า ‘ชวี่’ ก็พอ”
“อะไรนะ?”
จ้าวเข่อหรันชะงัก เขายิ้มบาง
“อย่าเรียกเต็มชื่อ”
นางหัวเราะเย็น
“ท่านอ๋อง เราสนิทกันถึงขั้นนั้นหรือ?”
อกูชวี่ทําท่าบริสุทธิ์ไร้เดียงสา
“เจ้าว่าเราไม่สนิทกันหรือ? หลายคู่พบกันครั้งแรกคืนเข้าหอ เรายัง
โชคดีกว่านั้นเสียอีก อย่างไรเสีย ต่อไปเรายังต้องพบกันอีกมาก ทําความคุ้น เคยไว้ก่อนมิใช่หรือ?”
บุรุษรูปงามทําสีหน้าเช่นนั้น ต่อให้สตรีแข็งใจเพียงใดก็ยากจะไม่หวั่น ไหว จ้าวเย่อหรันก็ไม่ต่างกัน หัวใจเต้นแรง แก้มร้อนผ่าว ปีศาจจิ้งจอกเอ๊ย… นางด่าทอในใจ
“เด็กน้อย หน้าแดงแล้วนะ”
เขาแกล้งหยอก
“ท่านมองผิด!”
นางเข็นจนโกรธ เห็นท่าไม่ดี อวี่จึงเก็บท่า ทะเล้นลง
“ท่านจะตอบคําถามย้าหรือไม่?”
นางถาม
“ข้าก็บอกแล้ว ข้าชื่อชือก วี่”
“ข้ารู้ว่าท่านชื่ออะไร แต่ท่านคือใครกันแน่? มีจุดประสงค์ใด?” เขายกยิ้ม
“ฐานะของข้า อีกไม่นานเจ้าจะรู้เอง ส่วนจุดประสงค์… ข้าไม่ต้องการ