ิบคน เมื่อพวกเรารวบรวมกำลังคนได้ราว ๆ สองร้อยคน เราจะติดอาวุธพร้อมบุกไปยังเขาเถี่ยกว้านเพื่อฆ่าพวกโจร!”
ขณะที่จินเฟิงกำลังจะพูด เขาก็เห็นชิ่งมู่หลานและอาเหมยปรากฏตัวที่ประตู พร้อมชี้ไปที่ห้องตำรา
“เอาล่ะ ๆ ค่อยว่ากันอีกที เมื่อมีแผนการอะไรข้าจะแจ้งให้ทราบ”
จินเฟิงโบกมือให้ทหารผ่านศึก จากนั้นเขาก็เดินเข้าไปในห้องตำราทันที
“ท่านอาจารย์ เรื่องที่เจ้าอยากรู้ได้ความแล้ว”
ชิงมู่หลานนั่งลงบนเก้าอี้โดยไม่ทันได้เอ่ยทักทาย
“รวดเร็วดี”
จินเฟิงเมินชิ่งมู่หลาน จากนั้นก็หันไปรินน้ำให้อาเหมย “ขอบใจเจ้ามาก”
ระยะทางจากซีเหอวานถึงจินชวนนั้นไม่ใกล้ จินเฟิงคิดว่าอาเหมยน่าจะกลับมาวันรุ่งขึ้น เขาไม่คิดว่านางจะกลับมาเร็วขนาดนี้ สิ่งนี้ทำให้ชายหนุ่มกังวลเล็กน้อยว่านางอาจไม่ได้สอบถามข่าวมาอย่างชัดเจน
“แน่นอนว่าอาเหมยไม่กล้าละเลยสิ่งที่ท่านอาจารย์บอกและนางก็เร่งความเร็วอย่างไม่หยุดหย่อน”
อาเหมยถือถ้วยน้ำด้วยมือทั้งสองข้างแล้วดื่มรวดเดียว
หลังจากที่นางนั่งลง จินเฟิงก็ถาม “ได้ความว่าอย่างไร โจวซือเหยียใช่คนของตระกูลโจวหรือไม่?”
“ใช่!”
อาเหมยพยักหน้า “แต่เขาเป็นเพียงตระกูลย่อยของตระกูลโจว ปู่ทวดของเขาเป็นลูกนอกสมรสของผู้นำตระกูลโจว ต่อมาหลังจากที่ผู้นำตระกูลรุ่นนั้นเสียชีวิตลง ปู่ทวดของเขาก็ย้ายครอบครัวจากเปี้ยนจิงไปยังซื่อชวน หลังจากนั้นเมื่อถึงรุ่นบิดาของโจวซือเหยีย พวกเขาก็ได้ตั้งรกรากในอำเภอจินชวน และติดต่