หลี่ วจื่อทําตามคําสั่งของหลิงเอ๋อร์ รีบมาขอความช่วยเหลือจาก จ้าวเข่อเหริน ถึงเรือนเชียอวี่ จ้าวเข่อเหรินนั่งฟังอย่างสงบนิ่ง ปล่อยให้นาง เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสวนชุนฮุยตั้งแต่ต้นจนจบ สีหน้าไม่ไหวถึงแม้แต่ น้อย แท้จริงก่อนหน้านี้ก็มีคนมาบอกแล้วว่า เมื่อท่านพ่อกลับมา จะให้ไปที่ โถงใหญ่ ตอนนั้นนางยังสงสัยว่าเกิดเรื่องอันใด บัดนี้จึงกระจ่าง พอฟังจบ นางเพียงขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วโบกมีอ
“ข้ารู้แล้ว เจ้ากลับไปก่อน ระวังอย่าให้ใครจับพิรุธ” หลี่หัวจื่อถอยออกไป เสียนอนที่ยืนฟังอยู่ข้าง ๆ รีบถามเสียงต่ํา
“คุณหนู เราจะช่วยหลิงเอ๋อ หรือไม่เจ้าคะ?”
“ช่วยนาง?”
จ้าวเย่อเหรินหัวเราะเย็น
“เจ้าคิดว่าข้าควรช่วยหรือ?”
ดวงตานางเยียบเย็นราวนํ้าแข็ง
“เรื่องคราวก่อน ข้ายังไม่ได้คิดบัญชีกับนางเลย ถ้าไม่ใช่เพราะข่าว ลวงที่นางเอามาให้ ข้าจะเข้าใจผิดว่า เข่อหรัน ยืนอยู่ข้างข้าได้อย่างไร? ถ้าไม่ ใช่เพราะนาง ข้าจะล้มเหลวจนถูกกักบริเวณนหรือ? ตอนนี้ยังคิดให้ไปช่วย นาง… ฝันไปเถิด”
เสียนอวิ๋นลังเล
“แต่คุณหนู นางยังพอมีประโยชน์ หากครานี้ถูกกําจัดไป จะหาคน สอดแนมใหม่คงยากนะเจ้าคะ”
จ้าวเข่อเหรินยิ้มบาง
“กลัวอันใด? ถึงไม่มีหลิงเอ๋อร์ ยังมีหลีพัวจื่อ อีกอย่าง บัดนี้ หลินชื่อจื่อถอนหมั้นกับจ้าวเข่อหรันแล้ว คู่หมั้นของเขาคือข้า ข้าจะต้อง
หวาดหวั่นสิ่งใด?”
คําพูดนั้นเต็มไปด้วยความมั่นใจ… และความทะเยอทะยาน
“เช่นนั้นก็ปล่อ