เมื่อเห็นสีหน้าของจ้าวเข่อหรัน หลิงเอ๋อร์ก็ใจหายวาบ ตั้งแต่รับใช้ มา นางไม่เคยเห็นคุณหนูใหญ่โกรธถึงเพียงนี้ ปกติหากไม่พอใจก็เพียง ตําาหนีไม่กี่คํา มิได้ตั้งทัพเช่นวันนี้ นางรีบทบทวนความผิดที่ตนก่อไว้ในระยะ นี้ในใจอย่างรวดเร็ว ทว่ากลับมืดมนไปหมด จ้าวเข่อหรันเห็นท่าทางนั้นก็ หัวเราะเย็นชา
“อย่างไรเล่า ทําผิดไว้มากเสียจนจําไม่ได้แล้วหรือว่าเป็นเรื่องใด?”
หลิงเอ๋อร์รู้ดี หากยังไม่ตั้งสติ เวลานี้คือหายนะ นางสูดลมหายใจลึก เงยหน้าขึ้นตอบด้วยนํ้าเสียงเรียบ
“คุณหนูพูดสิ่งใด บ่าวไม่เข้าใจเจ้าค่ะ”
จ้าวเข่อหรันเลิกคิ้วน้อย ๆ ดูท่าหลิงเอ๋อร์จะมีได้โง่เขลานัก ยังพอมี
ไหวพริบ ในสถานการณ์เช่นนี้ยังสงบได้รวดเร็ว ไม่น่าแปลกใจที่จ้าวเย่อเหรีย เลือกนางเป็นสายสืบ ทั้งโลกง่าย ทั้งพอมีสมอง น่าเสียดาย คนทรยศเช่นนี้ นางไม่มีวันปรานี
“หลิงเอ๋อร์ เจ้าคิดจะปากแข็งจนถึงที่สุดจริงหรือ?”
หลิงเอ๋อร์ร้องโวย
“บ่าวถูกใส่ร้ายเจ้าค่ะ! ตลอดมาบ่าวรับใช้คุณหนู แม้ไม่ถึงกับไร้ที่ติ แต่ก็เต็มใจเต็มกําลัง ไม่ทราบว่าผู้ใดปั้นน้ําเป็นตัวใส่ร้ายบ่าว จึงทําให้คุณหนู ระแวงเช่นนี้”
นางเหลือบมองจ้าวเข่อเฟิงอย่างมีนัย ในใจนางแน่ชัด ต้องเป็นเขายุ ยงแน่ ทั้งที่ปกติสองพี่น้องแทบไม่ข้องเกี่ยวกัน เหตุใดวันนี้เขาจึงมาถึงสวน ชุนฮุย พอเขามา คุณหนูใหญ่ก็ลงมือจัดการนางทันที จ้าวเข่อเฟิงแทบหลุด ด่า สายตานั่นหมายความว่าอย่างไร? ราวกับเขาเป็นตั