ัพเถี่ยหลินไม่ใช่คนขี้ขลาด”
จงอู่ตบหน้าอกของเขาแล้วเอ่ย “ถ้าใครขลาดกลัว ไม่ต้องรอให้ท่านอาจารย์เป็นผู้ลงมือ ข้าจะเป็นคนจัดการพวกเขาเอง!”
“เสี่ยวเฟิง หากเจ้ารับสมัครคนจำนวนมากในคราวเดียว เจ้าก็ต้องจ่ายเงินเดือนเป็นจำนวนมากนะ”
จางเหลียงกระซิบเตือน
ในแง่หนึ่งเขาคือผู้มีพระคุณ แต่ในอีกแง่หนึ่งเขาก็คือมิตรสหาย จางเหลียงกังวลว่าวันหนึ่งจินเฟิงจะไม่สามารถจ่ายค่าจ้างได้ซึ่งจะทำให้มีปัญหาตามมาภายหลัง
“ตราบใดที่พวกเขาเชื่อฟังและสามารถต่อสู้ได้ ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องเงิน”
จินเฟิงกล่าวอย่างมั่นใจ
เพราะการที่เขากลับมาในครั้งนี้ ทั้งแม่ทัพฟ่านและชิ่งไหวรู้สึกผิดต่อจินเฟิง ทั้งคู่จึงได้มอบทองคำและเงินมากมายให้แก่เขา
ไม่ต้องพูดถึงทหารผ่านศึกเพียงสามสิบคน ต่อให้มีสามร้อยคน จินเฟิงก็สามารถเลี้ยงดูพวกเขาได้พักใหญ่ ๆ
จริง ๆ แล้วเดิมทีเขาวางแผนที่จะรับสมัครทหารผ่านศึกเพียงไม่กี่คนจากกองทัพเถี่ยหลินเพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยของจางเหลียง จากนั้นก็ค่อย ๆ ขยายการรับสมัครเมื่อธุรกิจของเขาขยายใหญ่ขึ้น
แต่การปรากฏตัวของโจรเขาเถี่ยกว้านทำให้จินเฟิงตระหนักถึงอันตราย
นี่เป็นยุคที่โจรออกอาละวาดและมีอันตรายอยู่ทุกหนทุกแห่ง ครั้งที่แล้วอันธพาลเซี่ยกวางก็เกือบเอาชีวิตเขาไปได้
ต่อให้เงินสำคัญแค่ไหนก็ไม่สำคัญเท่าชีวิต
ยิ่งไปกว่านั้น การสรรหาทหารผ่านศึกของจินเฟิงไม่ใช่เพื่อการกุศล แต่เป้าหมายสูงสุดของเขาก็คือการสร้างรายได