นเขาเผลอหลับไปเมื่อไร กว่าเขาจะตื่นได้ตะวันก็โด่งแล้ว
เมื่อมองดูกวานเสี่ยวโหรวที่ยังคงหลับสบายอยู่ในอ้อมแขน จินเฟิงก็ค่อย ๆ ยกผ้านวมบาง ๆ ขึ้นเตรียมจะลุกจากเตียง
แต่แล้วกวานเสี่ยวโหรวก็ตื่นเสียก่อน
นางยิ้มหวานให้จินเฟิงทั้ง ๆ ที่ยังงัวเงีย จากนั้นจึงซุกตัวเข้าไปในอ้อมแขนของเขาและออดอ้อนราวกับลูกแมว นางค่อย ๆ ถูใบหน้าเข้ากับแผ่นอกของสามีอันเป็นที่รัก
นับตั้งแต่นางก้าวข้ามช่วงเขินอายในตอนแรกไปได้ กวานเสี่ยวโหรวก็รู้สึกผูกพันกับจินเฟิงมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาอยู่ด้วยกันตามลำพัง นางต้องการอยู่ในอ้อมแขนของเขาตลอด ไม่อยากผละไปไหน
“เอาล่ะ ลุกขึ้นเถิด นี่ก็สายมากแล้ว”
จินเฟิงยิ้มและเกลี่ยจมูกของภรรยาตัวน้อยเบา ๆ
จากนั้นกวานเสี่ยวโหรวก็หันศีรษะและมองไปที่รอยแยกของประตูห้อง
แสงอาทิตย์ที่ลอดเข้ามาแทบจะอยู่ตรงกลางช่อง เป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่าสายแล้ว…
กวานเสี่ยวโหรวกระโดดขึ้นมาราวกับกำลังหวาดกลัว
“ตายแล้ว ๆ นี่มันเลยเวลาตื่นของข้าไปโข ตอนนี้มีคนมากมายอยู่ที่ลานบ้าน ข้าต้องโดนหัวเราะเยาะเป็นแน่”
“ใครกล้าหัวเราะเยาะเจ้า ข้าจะไล่ออก”
จินเฟิงพูดติดตลก
“ไม่เอาน่า”
กวานเสี่ยวโหรวกลอกตามองไปที่จินเฟิง หลังจากที่นางสวมเสื้อผ้าของตนเองเสร็จ นางก็ช่วยจินเฟิงสวมเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว
โชคดีที่ตอนนี้คนงานหญิงทั้งหมดอยู่ที่โรงงานและไม่มีใครอยู่ในลานบ้าน
กวานเสี่ยวโหรวถอนหายใจด้วยความโล่งอกและรีบเข้าไปใ