นครัวอย่างรวดเร็ว
ส่วนจินเฟิงเดินเข้าไปในโรงตีเหล็ก เนื่องจากได้ยินเสียงดังมาจากด้านใน
ไม่เพียงแต่พี่น้องอย่างจางเหลียงและหม่านชางเท่านั้นที่อยู่ที่นั่น แต่จงอู่และกลุ่มของเขาก็อยู่ที่นั่นด้วย
โรงตีเหล็กเล็ก ๆ แห่งนี้เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย
บางคนยุ่งกับการดึงเครื่องสูบลม และบางคนก็ยุ่งอยู่กับการเติมฟืน พวกเขาต่างก็มีหน้าที่เป็นของตนเอง
“พวกเจ้ากำลังทำอะไรอยู่หรือ?”
จินเฟิงเอ่ยถามในขณะที่เขายังไม่หายจากความงัวเงีย
“พี่ใหญ่จงอู่ขอให้ข้าทำมีดดาบดี ๆ ให้พวกเขาสองเล่ม”
หม่านชางตอบด้วยรอยยิ้ม
นับตั้งแต่จินเฟิงสร้างดาบคุณภาพสูงให้กับชิ่งไหวไว้ใช้ในการต่อสู้ จงอู่ก็จ้องตาเป็นมัน
เขาไม่กล้าเอ่ยปากถามจินเฟิงเพราะรู้ว่าจินเฟิงน่าจะยุ่งมาก เขาจึงมาขอให้หม่านชางช่วยแทน
การทำดาบเป็นงานที่ละเอียด ตอนทำงานที่เมืองเว่ยโจว หม่านชางก็ยุ่งอยู่กับการทำลวดเหล็กเลยไม่มีเวลาทำดาบให้จงอู่
และมันก็ล่าช้ามากจนถึงตอนนี้
เมื่อเช้านี้ จงอู่ไปที่บ้านของหม่านชางและ ‘เชิญ’ เขาออกจากเตียง
“ท่านอาจารย์ ตื่นแล้วหรือ?”
จงอู่ขยิบตาให้จินเฟิง “ร่างกายของท่านอาจารย์ดูผอมบางเช่นนี้ ทว่าในแง่ของความแข็งแรงนั้นไม่เลวเลยทีเดียว ข้าได้ยินจากพี่ป้าน้าอาที่ทำงานกะกลางคืนว่า ท่านใช้เวลากว่าครึ่งคืนในการยกทัพออกศึก!”
ทหารส่วนใหญ่เป็นชายหยาบโลน และเป็นเรื่องปกติที่พวกเขาจะพูดสิ่งเหล่านี้ออกมาอย่างไม่คิด
แต่กวานเสี่ยวโหรวเป็นสตรีผิวบ