งคนไปตามข้าได้เสมอ”
บ้านที่ชิ่งไหวเช่าเซี่ยกวางอยู่ยังไม่เลยระยะเวลาการเช่า จงอู่และคนอื่น ๆ ก็เลยกลับไปอาศัยอยู่ที่นั่น
“ตกลง ตอนเย็นมากินข้าวที่บ้านข้านะ”
จินเฟิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ท่านอาจารย์และพี่สะใภ้ไม่ได้เจอกันนาน พวกข้าไม่รบกวนดีกว่า”
จงอู่ขยิบตาให้จินเฟิงจากนั้นก็รีบขึ้นหลังม้าและควบออกไป
“ชายผู้นี้นี่…”
จินเฟิงยิ้มและส่ายหัว เขาจับม้าด้วยมือซ้ายและมือขวาก็กุมมือกวานเสี่ยวโหรวเอาไว้
กวานเสี่ยวโหรวแอบขัดขืนเล็กน้อยตามสัญชาตญาณ แต่นางก็ไม่ได้หนีและทำได้เพียงปล่อยให้จินเฟิงกุมมือเอาไว้อย่างนั้น
ใครจะรู้ว่าจินเฟิงนั้นแอบซุกซน เขาจับมือกวานเสี่ยวโหรวแล้วใช้นิ้วสะกิดฝ่ามือของนางเบา ๆ
กวานเสี่ยวโหรวจ้องมองจินเฟิงอย่างเขินอายและชี้ไปด้านหลัง
จากนั้นจินเฟิงก็ตระหนักได้ว่าถังตงตงเดินตามมาอยู่
“ข้ากลับไปดูรุ่นเหนียงก่อนนะว่าทำกับข้าวเสร็จหรือยัง”
ใบหน้าอันงดงามของถังตงตงแดงขึ้นเล็กน้อย จากนั้นนางก็รีบวิ่งจากไปทันที
ในใจของนางอดไม่ได้ที่จะนึกถึงเสียงที่ได้ยินตอนกลางคืน สมัยที่นางอาศัยอยู่ในห้องตะวันออกกับเสี่ยวเอ๋อ อีกทั้งยังนึกถึงเสียงกระซิบของเสี่ยวโหรวที่บอกนางในช่วงเวลาที่นอนห้องเดียวกันด้วย…
“ถังตงตง เจ้าคิดอะไรของเจ้า”
นางแอบตำหนิตัวเองในใจและวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว
ตอนที่นางวิ่งไปก็ยกยิ้มมุมปากขึ้นมาเล็กน้อย
ก่อนที่จินเฟิงจะจากไป ถังตงตงรู้สึกว่านางสามารถดูแลโรงงานได้อย่างเต็มที่