เช่นเดียวกับเด็กที่กระตือรือร้นอยากจะพิสูจน์ตัวเองกับบิดามารดา นางมีความพยายามที่จะลองทำสิ่งต่าง ๆ
แต่เมื่อจินเฟิงจากไปจริง ๆ งานทุกอย่างในโรงงานก็หล่นลงบนบ่าเล็ก ๆ มันทำให้นางตระหนักได้ว่านางคิดผิด
ไม่ใช่ว่านางไม่สามารถจัดการโรงงานนี้ได้ แต่เมื่อไม่มีจินเฟิง นางมักจะรู้สึกว่านางไม่มีความมั่นใจ และรู้สึกว่างเปล่าเหมือนกับกวานเสี่ยวโหรว
จนถึงตอนนี้ที่จินเฟิงมายืนอยู่ตรงหน้า ความรู้สึกขาดหายในหัวใจของถังตงตงก็เลือนไปจนหมด
แม้ว่าจินเฟิงจะไม่ได้ทำอะไรเลยและแค่นอนอยู่เฉย ๆ ที่บ้าน ถังตงตงก็รู้สึกปลอดภัย
เมื่อกลับถึงบ้าน สตรีทุกคนที่เข้ากะกลางวันออกจากงานอย่างรวดเร็ว พวกนางรู้ความจึงนำอาหารกลับไปกินที่บ้าน เพื่อให้พื้นที่จินเฟิงได้ใช้เวลากับครอบครัว
ส่วนผู้ที่เข้างานกะดึกก็ยังไม่ถึงเวลาเข้างาน ลานบ้านเล็ก ๆ แห่งนี้จึงเงียบสงบ
เสียงของรุ่นเหนียงและถังตงตงดังมาจากในครัว
“จินเฟิง ในที่สุดเจ้าก็กลับมาแล้ว”
รุ่นเหนียงได้ยินเสียงกีบม้า นางจึงวิ่งออกจากครัว จากนั้นก็ยิ้มแล้วพูดว่า “ไปล้างมือเร็ว ๆ บะหมี่จะสุกแล้ว จินเฟิงเจ้ากินสิ่งนี้ไปก่อนนะ เมื่อวานพี่เหลียงเพิ่งนำไก่ฟ้ามาให้สองตัว ไว้พรุ่งนี้ข้าจะตุ๋นให้เจ้ากิน”
“ดูเหมือนข้าจะโชคดีเสียจริง ตอนออกจากบ้านได้กินเกี๊ยว หลังกลับบ้านได้กินบะหมี่*[1]”
จินเฟิงพาเสี่ยวเอ๋อลงจากหลังม้าแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม
รุ่นเหนียงทำอาหารเก่ง โดยเฉพาะบะหมี่ทำมือซึ่งเหน