้สึกถึงความอบอุ่น เป็นบ้านจริง ๆ
ตอนนี้นางตัดสินใจแล้วว่าตราบใดที่จินเฟิงและกวานเสี่ยวโหรวไม่ขับไล่นางออกไป นางก็จะอยู่ที่นี่และคอยทำอาหารให้พวกเขาไปทั้งชีวิตของนาง
รุ่นเหนียงและถังตงตงต่างก็มีของขวัญ ทว่ากวานเสี่ยวโหรวเป็นภรรยาของเขา ย่อมขาดสิ่งนี้ไม่ได้
จินเฟิงถอดย่ามที่สะพายออก แล้วยัดมันลงในมือของกวานเสี่ยวโหรว
“เสี่ยวโหรว ทั้งหมดนี้เป็นของเจ้า”
ในย่ามไม่ได้มีปิ่นกลัดผมเพียงห้าหรือหกอันเท่านั้น แต่ยังมีอัญมณีอื่น ๆ ด้วย ทั้งสร้อยคอและของมีค่าอีกมากมาย
เดิมทีกวานเสี่ยวโหรวแอบเสียใจ แต่หลังจากมองดูแล้ว นางก็หลงลืมความเสียใจไปเสียสนิทและวิ่งกลับเข้าไปในห้องโดยกอดย่ามของขวัญเหล่านั้นเอาไว้ในอ้อมแขนแน่น
[1] ออกจากบ้านได้กินเกี๊ยว หลังกลับบ้านได้กินบะหมี่ (上车饺子下车面) : สุภาษิตจีนโบราณทางเหนือ
– การได้กินเกี๊ยวก่อนออกจากบ้าน หมายถึง ให้ผู้ออกไปทำงานได้พบเจอกับความมั่งคั่งเหมือนตัวเกี๊ยวที่มีรูปร่างเหมือนเงินแท่งปลายโค้ง เป็นความหมายแห่งความปรารถนาดี
– หลังกลับบ้านได้กินบะหมี่ หมายถึง ความมั่งคั่งอายุยืนยาว เป็นคำอวยพรว่าความสัมพันธ์ในครอบครัวจะคงอยู่ตลอดไปไม่แยกจากกัน และหลังจากนี้จะเจอแต่ความราบรื่น