จดหมายหนึ่งฉบับเพื่อเปิดอ่าน
หลังจากนั้นไม่นาน ทั้งสองก็วางซองจดหมายลง ขณะที่สีหน้าของพวกเขาดูตึงเครียด
พวกเขาพอจะเข้าใจแล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้น
เหล่าขุนนางในราชสำนักแห่งต้าคังเห็นว่าผลงานของจินเฟิงนั้นน่าประทับใจมากจนทำให้ฝ่ายอื่น ๆ เกิดความกังวล พวกเขาจึงร่วมมือกันกดดันฝ่าบาทไม่ให้พระองค์ปูนบำเหน็จให้จินเฟิงอย่างที่ควรจะเป็น ไม่ต้องพูดถึงการอนุญาตให้จินเฟิงเป็นแม่ทัพเลย
ฝ่าบาทให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบการเมืองและการถ่วงดุลอำนาจ อีกทั้งยังกลัวว่าตระกูลของชิ่งกั๋วกงจะมีอำนาจมากเกินไป พระองค์จึงตกลงทำตามข้อเสนอของเหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่และมอบตำแหน่งที่ไร้ซึ่งอำนาจให้กับจินเฟิงเท่านั้น
ในทางตรงกันข้าม แม่ทัพเหล่านั้นไม่มีผลงานด้วยซ้ำ แต่ตราบใดที่พวกเขานำกองทหารมาในเมืองเว่ยโจวก็จะได้รับการปูนบำเหน็จในระดับที่แตกต่างกันไป แม้แต่จางฉีเวยคนที่ก่อให้เกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ก็ยังได้รับการปูนบำเหน็จ
“ครั้งนี้เป็นความผิดของข้า ข้าไม่ควรเน้นย้ำคุณงามความดีของท่านอาจารย์จินจนเกินควร”
แม่ทัพฟ่านกล่าวพร้อมสีหน้าที่รู้สึกผิด
“การมีส่วนร่วมของท่านอาจารย์จินนั้นยอดเยี่ยมมาก หากไม่มีเขา กองทัพเถี่ยหลินจะปกป้องชิงสุยกู่ได้อย่างไร?”
ชิ่งไหวกล่าวออกมาด้วยโทสะ
“ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น แต่ก็ทำให้เหล่าขุนนางในราชสำนักยิ่งกลัวท่านอาจารย์จินมากขึ้น”
แม่ทัพฟ่านกล่าวว่า “การปรากฏตัวของเจ้าและข้าในกองทัพเจินซีทำให้ห