จ้าวเย่อเฟิงมองสีหน้าของจ้าวเข่อหรัน เห็นนางนิ่งเฉยราวกับมิได้
แปลกใจแม้แต่น้อย จึงอดสงสัยไม่ได้
“ท่านพี่ใหญ่ เหตุใดท่านไม่ตกใจเลย หรือท่านรู้อยู่ก่อนแล้วว่า เป็นหลิงเอ๋อร่ขโมยปีนโบตั๋น?”
เพียงประโยคเดียวทําให้แม่นมเยวกับหลงเอ๋อ หันมองจ้าวเข่อหรัน
พร้อมกัน แววตาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ ที่แท้…คุณหนู สงสัยหลิงเอ๋อร์มานานแล้วหรือ? จ้าวเข่อหรัน มิได้อธิบาย เพียงยิ้มบาง ๆ
อย่างสงบ
“อ๋อ…ที่แท้คุณหนูถึงสั่งให้ข้าคอยจับตาดูความเคลื่อนไหว
ยองหลิงเอ๋อร์”
อ่อน
หลงเอ๋อร์เพิ่งนึกขึ้นได้ บัดนี้จึงเข้าใจเจตนาในวันนั้นเสียที
“แต่ท่านพี่ ท่านแน่ใจได้อย่างไรว่าเป็นนาง?”
จ้าวเข่อเฟิงถามต่อ นั่นคือคําถามที่ทุกคนอยากรู้ จ้าวเข่อหรันยกยิ้ม
“ง่ายมาก คนที่เข้าออกห้องย้าได้มีไม่กี่คน นอกจากแม่นมเยว่และ หลงเอ๋อร์ ก็มีเพียงหลิงเอ๋อร์ ข้าเชื่อใจสองคนแรก เพราะฉะนั้น…ผู้ต้อง
ยยน
“ง่ายมาก คนที่เข้าออกห้องย้าได้มีไม่กี่คน นอกจากแม่นมเยว่และ หลงเอ๋อร์ ก็มีเพียงหลิงเอ๋อร์ ข้าเชื่อใจสองคนแรก เพราะฉะนั้น….ผู้ต้อง สงสัยก็เหลือเพียงคนเดียว อีกทั้งหลงเอ๋อ ก็สืบได้ว่าช่วงนี้นางใช้เงิน ฟุ่มเฟือยเกินฐานะ ตอนนั้นข้าก็แทบจะแน่ใจแล้ว”
คํายืนยันนั้นทําให้แม่นมเยว่กับหลงเอ๋อ ซาบซึ้งในใจ พร้อมกันนั้นก็ ให้คําสัตย์เงียบ ๆ ว่าจะปกป้องคุณหนูให้ดีที่สุด
“แต่ก็อาจเป็นโจรก็ได้มิใช่หรือ?”
จ้าวเย่อเฟิงยังไม่วางใจ
“หรือบางทีพี่น้องคนอื่น