อาจชอบ เลยแอบหยิบไป?”
แม่นมเยว่ ายหน้า
“คุณชายใหญ่ยังไม่ทราบ ที่จริงไม่มีเจ้านายในจวนคนใดกล้าแตะต้อง
ปีนโบตั๋นคู่นั้น เพราะทุกคนรู้ดีว่ามันมีที่มาอย่างไร”
จ้าวเย่อเฟิงขมวดคิ้ว เขาเคยรู้สึกแปลกใจมานานแล้ว เหตุใดทุกคนดู ให้ความสําคัญกับปี่นนี้นัก ทั้งที่ดูเผิน ๆ ก็เป็นเพียงเครื่องประดับงดงามชิ้น หนึ่งเท่านั้น
“ท่านพี่ ปี่นนี้มีอะไรพิเศษหรือ? เหตุใดท่านแทบไม่เคยสวม แต่กลับ
หวงแหนนัก?”
แม่นมเยว่ถอนหายใจ
“ปิ่นนี้มิใช่ชิ้นเดียว แต่เป็นหนึ่งในคู่
“แล้วอีกอันเล่า?”
“อยู่ที่คุณหนูรอง”
แม่นมเยว่ตอบ
“เดิมที นโบตั๋นคู่นี้เป็นสินเดิมที่ท่านย่าแห่งจวนถั่วกงมอบให้ฮูหยิน
ต่อมาเมื่อฮูหยินให้กําเนิดคุณหนูใหญ่กับคุณหนูรองในวันเดียวกัน ครั้นถึง
วันเกิตครบสามขวบ ก็แบ่งให้คนละอัน
หลงเอ๋อ พยักหน้า
“อ๋อ เป็นของที่ฮูหยินให้….มิน่าทุกคนจึงให้ความสําคัญ
แต่แม่นมเยว่กลับสายหน้า
“ที่ล้ําค่ามิใช่เพราะเป็นของฮูหยิน หากแต่เพราะ…เป็นของพระราช
ทานจากไทเฮา”
“อะไรนะ? พระราชทาน?”
จ้าวเย่อเฟิงกับหลงเอ๋อ ร้องพร้อมกันอย่างตกตะลึง แม่นม
เยว่อธิบายว่า แม้ตนไม่รู้รายละเอียดทั้งหมด แต่ปิ่นนี้เป็นของพระราชทาน แท้แน่นอน คราวนี้จ้าวเข่อหรันจึงเอ่ยต่อ น้ําเสียงราบเรียบ
เยว่อธิบายว่า แม้ตนไม่รู้รายละเอียดทั้งหมด แต่ปิ่นนี้เป็นของพระราชทาน แท้แน่นอน คราวนี้จ้าวเข่อหรันจึงเอ่ยต่อ น้ําเสียงราบเรียบ
เมื่อครั้งใทเฮายังมิได้เข้าวัง ท่า