ไม่นานหลังจากทั้งสองตระกูลเห็นพ้องต้องกัน เรื่องการถอนหมั้น ระหว่างจ้าวเข่อหรันกับชื่อจื่อหลินซีหร่านก็ถูกยุติลงอย่างเงียบงัน แท้จริง แล้วก็ไม่มีพิธีการใดต้องจัด ดังที่ฉันเชียงเหอเคยกล่าวไว้ แม้ทั้งคู่จะเป็นคู่ หมั้นที่ตกลงกันตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ทว่าก็ไม่มีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร
คํามั่นนั้นเป็นเพียงถ้อยคําของผู้อาวุโสสองตระกูลเท่านั้น เพราะฉะนั้น ต่อ ให้ยกเลิกไป ก็แทบไม่มีผู้ใดล่วงรู้
ฝ่ายเจ้าของเรื่องทั้งสองคนก็ไม่ได้กล่าวอะไร จ้าวเข่อหรันเดิมทีตั้งใจ จะถอนหมั้นอยู่แล้ว เพียงแต่เพื่อไม่ให้ใครสงสัย นางจึงแสร้งทําท่าเศร้า สร้อย โดยเฉพาะเมื่อข้างกายยังมี “สายตา” ที่จ้าวเย่อเหรินปักไว้ หลิงเอ๋อร์
ช่วงนี้หลิงเอ๋อร์คอยหยั่งเชิงถามความรู้สึกนางอยู่เสมอ จ้าวเข่อหรัน ย่อมรู้ดีว่าใครอยู่เบื้องหลัง ดังนั้นทุกครั้งที่อยู่ต่อหน้าหลิงเอ๋อร์ นางจึง แสดงสีหน้าอาดูร ราวใจแตกสลาย ขณะเดียวกัน นางก็กําลังรอผลการสืบ เรื่อง นโบตั๋นจากจ้าวเย่อเฟิง
ส่วนหลินชีหร่านนั้น เดิมทีในใจก็มีเพียงจ้าวเข่อเหริน การได้หมั้น หมายครั้งนี้จึงนับว่าสมปรารถนา เพียงแต่เกรงจ้าวเข่อหรันจะเสียใจ เขาจึง มิได้แสดงความยินดีออกมา ไม่รู้เพราะอยากดับข่าวลือให้เร็ว หรือกลัวเรื่อง จะยืดเยื้อ คราวนี้การหมั้นหมายของจ้าวเย่อเหรินกับจวนจงอี้โหวกลับดําา เนินอย่างรอบคอบครบถ้วน แม่สื่อถูกเชิญมา สองฝ่ายแลกแผ่นดวงชะตา ตรวจดูฤกษ์ยาม ส่งหนัง