ัพหย่งอันมากขึ้นและก่อตัวเป็นกระบวนทัพแบบอักษรผิ่น (品)
ส่วนทหารที่เข้าร่วมขบวนไม่ทันก็ต้องประสบกับความโชคร้าย ทหารม้าตั่งเซี่ยงคำรามบุกเข้ามาและรีบรุดเข้าไปในฝูงชน
ม้าศึกที่ถูกควบขี่อย่างรวดเร็ว มีแรงปะทะที่ไม่ได้ด้อยไปกว่ารถยนต์เลย
พูดง่าย ๆ ก็เหมือนกับกลุ่มสุนัขฮัสกี้ที่บุกเข้าฝูงไก่นั่นแหละ ทหารม้าตั่งเซี่ยงไม่ได้แกว่งดาบเพื่อฆ่า แต่เน้นการพุ่งโจมตีกองทัพอันซู่และหย่งอันส่วนที่ยังไม่ทันได้ตั้งขบวน เหล่าทหารถูกม้าศึกรุกไล่และเหยียบย่ำจนตายไปหลายร้อยคน
ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ทหารม้ากลุ่มใหญ่จะหันหลังกลับ เมื่อกองทหารม้าสามารถเอาชนะกองทัพอันซู่และหย่งอันได้ พวกมันไม่ได้หยุดแต่กลับวิ่งเลยไปข้างหน้าเพื่อเตรียมตัวจากระยะไกลและวิ่งกลับมาโจมตีอีกครั้ง
นั่นทำให้กองทัพอันซู่และหย่งอันที่เป็นพันธมิตรกันพอมีเวลารวมกลุ่มใหม่อีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม เมื่อกระบวนทัพถูกทำลายลงแล้ว กองทัพหย่งอันก็ถูกกองทัพอันซู่คั่นกลาง ขณะที่กองทัพอันซู่ก็ถูกกองทัพหย่งอันคั่นกลางเช่นกัน สองกองทัพได้จัดกระบวนทัพที่สับกันไปมาขึ้น
ด้วยความที่การฝึกฝนของแต่ละกองทัพนั้นแตกต่างกัน การจัดขบวนทัพครั้งนี้จึงไม่ค่อยสามัคคีนัก
“เจ้ายืนทำอะไรอยู่ รีบชี้ไม้ไผ่ไปทางด้านหลังเร็วเข้า!”
เฉิงเผิงตะโกนอย่างกังวล
น่าเสียดายที่สนามรบเต็มไปด้วยเสียงกีบม้า เสียงโหยหวน และเสียงที่ดังมากเกินไป ผู้ส่งสารก็กระจัดกระจายกันไปหมดและไม่มีใครได้ยินคำ