คยประจำการอยู่นอกชิงสุยกู่อย่างรวดเร็ว
พวกเขาสร้างกระบวนทัพอย่างรีบเร่งในลานโล่งเพื่อปิดกั้นเชลยศึกตั่งเซี่ยง
กระบวนทัพที่มีลักษณะคล้ายเม่นนี้ยังคงน่ากลัวมาก
ในที่สุดแรงผลักดันที่ไม่ย่อท้อของเชลยศึกตั่งเซี่ยงก็ถูกระงับ และสถานการณ์ได้เปรียบก็กลับมาอยู่ที่กองทัพเถี่ยหลิน
ทุกคนลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก จากนั้นหน่วยสอดแนมก็ขึ้นไปบนหลังม้า
“ท่านแม่ทัพ กองทัพตั่งเซี่ยงกำลังมา พวกเขาเข้าสู่ชิงสุยกู่แล้ว”
“ให้ตายเถอะ! พอพวกเราเรียกทัพบนเชิงเขากลับพวกนั้นก็พาคนมาโจมตีเพิ่ม”
จงอู่กำหมัดแล้วเอ่ยว่า “ท่านอาจารย์ ข้าจะนำผู้คนไปต่อสู้กับเชลยศึกเหล่านี้ ให้สวีเซียวเคลื่อนกำลังพลกลับไปปกป้องชิงสุยกู่โดยเร็วเถิด”
“มันสายเกินไปแล้ว”
จินเฟิงส่ายหัว
“เช่นนั้นเราควรทำอย่างไรดี?”
จงอู่ถามอย่างกังวล
“ถึงจะมีกระบวนทัพสี่เหลี่ยมผืนผ้า ไม่ว่าอย่างไร เราก็จะถูกโจมตีจากทั้งสองฝ่าย เมื่อเรื่องราวมาถึงขั้นนี้เรามีทางเดียวเท่านั้นที่จะไป”
จินเฟิงเงยหน้าขึ้นและมองไปที่เนินเขาทางด้านซ้ายของชิงสุยกู่ “สวีเซียว ทำตามแผน ข้าจะคุ้มกันเจ้าเอง”
“รับทราบ!”
สวีเซียวพยักหน้าอย่างหนักแน่น จากนั้นก็หันหลังและวิ่งออกไป
ทหารของกองทัพเถี่ยหลินมีจำนวนน้อยลงเรื่อย ๆ รอบตัวจินเฟิงเหลือเพียงกระบวนทัพแฟแลงซ์ ที่ทำการสกัดกั้นเชลยศึกตั่งเซี่ยงที่พยายามเข้าใกล้เนินเขาทางด้านซ้ายเท่านั้น
เสียงทัพม้าอีกฟากหนึ่งของชิงสุยกู่เริ่มเข้ามาใกล