นไม่ใส่ใจอะไร แต่เขาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากที่สุด
ชายชรายอมถูกเรียกว่าคนฆ่าสัตว์ ดีกว่าถูกเรียกว่าเป็นผู้ฆ่ามนุษย์ด้วยกันเอง
แต่จู่ ๆ เมื่อครู่เขากลับรู้สึกรักและมีหัวใจที่อยากจะปกป้องจินเฟิงไว้จึงเอ่ยออกไปแบบนั้น
“ผู้เฒ่าจ้าว ไปกันเถิด ไปดูว่าชาวตั่งเซี่ยงว่ายังมีแผนการอะไรอีก”
จินเฟิงยกยิ้มออกมาพร้อมกับพาชายชราจ้าวขึ้นไปยังที่สูง
ขณะเดียวกัน สวีเซียวก็นำทัพแฟแลงซ์ไปปิดล้อมอยู่บริเวณกลางหุบเขาเพื่อเตรียมพร้อมตั้งรับ
ทางทิศใต้ของหุบเขา จางฉีเวยมาพร้อมกับกำลังพลอีกสองพันนาย พร้อมกับเชือกป่านม้วน
สองเค่อต่อมา ชาวตั่งเซี่ยงก็ปรากฏตัวขึ้นทางตอนเหนือของหุบเขาเพื่อกดดันทาสชาวฮั่น
ในฐานะนักเดินทางข้ามเวลา จินเฟิงไม่คุ้นเคยกับการฆ่า แม้ว่าเขาจะเคยสังหารกองทหารม้ามาก่อน แต่นั่นก็เป็นเพราะสถานการณ์บังคับ มันไม่ใช่ความต้องการของชายหนุ่ม
ทว่าตอนนี้จินเฟิงกลับเปี่ยมไปด้วยโทสะและมีเจตนาสังหารแผ่ออกมาอย่างเข้มข้น
ทาสชาวฮั่นเหล่านี้น่าสงสารมาก
ไม่ว่าจะเป็นผู้ชาย ผู้หญิง คนแก่ หรือเด็ก พวกเขาล้วนอยู่ในสภาพเปลือยเปล่าและผอมแห้ง
พวกเขาทั้งหมดเหมือนซอมบี้ที่กำลังเดินมาอย่างช้า ๆ ไม่มีผิด ดวงตาของทุกคนเหม่อลอยไร้ชีวิตชีวา และก้าวไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย
จินเฟิงเห็นชายชราคนหนึ่งที่อยู่ตรงกลาง เขาเดินโซเซและล้มลงกับพื้น
ทหารม้าตั่งเซี่ยงที่คอยคุมตัวมุ่งไปด้านหน้าและเฆี่ยนตีชายชราผู้นั้นทันที
แม้ว่าจ