เซี่ยง”
“ข้าได้ยินมาว่าแม่ทัพฟ่านไปดูแลกองทัพเจินซี เขาอาจจะเอาชนะชาวตั่งเซี่ยงได้”
“เจ้าเลิกเพ้อเจ้อได้แล้ว!”
…
เมื่อผู้คนที่ยืนอยู่ริมสองข้างทางได้ยินว่าหงหลิงกำลังมุ่งหน้าไปยังเมืองหลวง พวกเขาก็ถอนหายใจและมีสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทุกครั้งที่ทูตด่วนหงหลิงมาที่เมืองหลวง พวกเขามักจะมาเพื่อขอความช่วยเหลือเสมอ
แล้วภาษีก็จะเพิ่มขึ้นในปีต่อไป
ทูตด่วนหงหลิงรับรู้ได้ว่าราษฎรในเมืองหลวงไม่ค่อยชอบพวกเขานัก พวกเขาจึงพยายามเก็บตัวไม่ให้เป็นที่สนใจทุกครั้งที่เข้าไปในเมือง
แต่คราวนี้มันแตกต่างออกไป
ห่างจากประตูเมืองครึ่งลี้ ทูตด่วนหงหลิงต่างก็ส่งเสียงตะโกนพร้อมกัน
“กองทัพเจินซีขอทำการประกาศอย่างเร่งด่วนว่า เราได้รับชัยชนะอันยิ่งใหญ่ในหุบเขาชิงสุยกู่ กองทัพเถี่ยหลินได้สังหารทหารม้าของศัตรูนับพันและจับกุมเชลยศึกได้อีกนับพัน!”
ผลการต่อสู้ที่ฟังดูเกินจริงไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มขวัญกำลังใจ แต่ยังทำให้ผู้คนพอใจเป็นอย่างมากอีกด้วย อีกทั้งกองทัพที่ทำความดีความชอบก็จะได้รับการปูนบําเหน็จ
เมื่อเรื่องนี้เกิดขึ้น ล้วนสร้างความน่ายินดีตามมาในทุก ๆ ด้าน
แม่ทัพฟ่านเชื่อว่า แม้กรมกลาโหมจะรู้ความจริงแต่ก็จะไม่เปิดเผย เขาจึงรายงานเท็จโดยเพิ่มจำนวนคนหลายร้อยคนเพื่อสร้างชื่อเสียงให้ตัวเอง
นี่ถือว่าเป็นประเพณีทางทหาร
“สวรรค์! ข้าได้ยินไม่ผิดใช่หรือไม่? กองทัพเจินซีประกาศว่าชนะการต่อสู้งั้นหรือ?”