และไม่ได้เรียกอีกฝ่ายว่าเด็กหนุ่มอีกต่อไป แต่เรียกว่า ‘ท่านอาจารย์’ แทน
ตอนที่จินเฟิงอยู่บนที่ราบเชิงเขา ณ เวลานั้น เขาเห็นชายชราดึงดาบของผู้ติดตามออกมา ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะเข้าร่วมการต่อสู้โดยไม่คิดหน้าคิดหลัง ทัศนคติของจินเฟิงที่มีต่อชายชราผู้นี้ก็เปลี่ยนไปแล้วเช่นเดียวกัน
แม้ชายชราผู้นี้จะมีความเย่อหยิ่งแต่เขาก็ช่วยเหลืออย่างจริงใจ พยายามที่จะช่วยกองทัพเถี่ยหลินเพื่อปกป้องชิงสุยกู่
แม้ว่าทหารม้าของตั่งเซี่ยงจะมา เขาก็ไม่ย่อท้อเมื่อเผชิญหน้าและเลือกที่จะต่อสู้สุดชีวิต
การที่ในครอบครัวมีผู้สูงอายุก็เหมือนกับการมีสมบัติล้ำค่า สถานการณ์ต่าง ๆ ในสนามรบกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จินเฟิงไม่ค่อยเก่งเรื่องการจัดทัพ แต่ผู้เฒ่าจ้าวต่อสู้เคียงข้างแม่ทัพฟ่านมาครึ่งชีวิต ดังนั้นชายชราน่าจะเห็นอะไรมามาก
การมีบุคคลดังกล่าวเป็นที่ปรึกษาสามารถชดเชยข้อบกพร่องของจินเฟิงได้ หากชายชราแนะนำอะไร จินเฟิงก็พร้อมที่จะปฏิบัติตาม
เขายิ้มและตอบ “ผู้เฒ่าจ้าว ข้าจะสร้างป้อมปราการบนภูเขา ท่านเห็นว่าอย่างไร”
“กระบวนทัพสี่เหลี่ยมและหลุมลึกสามารถยับยั้งทหารม้าได้ เหตุใดเจ้ายังต้องการสร้างป้อมปราการบนภูเขาอีกเล่า?”
ชายชราจ้าวถามด้วยความสงสัย
“การเตรียมตัวไว้แต่เนิ่น ๆ พัฒนาตนเองอย่างไม่หยุดยั้งมักจะคุ้มค่าเสมอ”
ในความเห็นของผู้เฒ่าจ้าว ทั้งสองวิธีนี้เพียงพอที่จะจัดการกับทหารม้าแล้ว ทว่าจินเฟิงรู้ดีว่ากระบวนทัพแฟ